การขอใบอนุญาต ให้นำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่มีพระราชกฤษฎา กำหนดให้ต้องเป็นไปตาม มาตรฐานเข้ามาเพื่อจำหน่าย ในราชอาณาจักร

1.บทนำ
เอกสารนี้จัดทำขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ผู้ที่ประสงค์ จะขอรับใบอนุญาต ให้นำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่มีพระราชกฤษฏีกากำหนด ให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเข้ามาเพื่อจำหน่าย ในราชอาณาจักร ได้ทราบหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ วิธีปฏิบัติต่าง ๆ และบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ขอให้ท่านศึกษา หลักเกณฑ์ และวิธีการต่าง ๆ โดยละเอียด และปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อความรวดเร็ว ในการดำเนินการ และป้องกันข้อขัดข้อง หรือความล่าช้าในการนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ออกจากด่านศุลกากร
หากท่านประสงค์ จะทราบรายละเอียด เกี่ยวกับการขอใบอนุญาต ให้นำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่มีพระราชกฤษฎากำหนดให้ ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เข้ามาเพื่อจำหน่าย ในราชอาณาจักร และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ขอได้โปรดติดต่อ

สำนักบริหารมาตรฐาน 1 โทรศัพท์ 202-3395-8 โทรสาร 247-8742 (รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ในประเภทเหล็กก่อสร้าง เหล็กโครงสร้าง ผลิตภัณฑ์คอนกรีต ท่อคอนกรีต อิฐ บล็อก ผลิตภัณฑ์ซีเมนต์และเซรามิกส์ และผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้าง)

 

สำนักบริหารมาตรฐาน 2 โทรศัพท์ 202-3328-31 โทรสาร 246-1176 (รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ในประเภท ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องไฟฟ้า เครื่องกล โลหกรรมและเครื่องจักรกล เครื่องจักรกลการเกษตร ยานพาหนะและชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์)

 

สำนักบริหารมาตรฐาน 3 โทรศัพท์ 202-3351-3 โทรสาร 248-7985 (รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ในประเภท เครื่องมือและวัสดุทางการแพทย์ สีและวาร์นิช กระดาษสิ่งทอและโภคภัณฑ์ อาหาร เคมี ปิโตรเลียมและโพลิเมอร์)

 

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

2.หลักเกณฑ์และวิธีการทั่วไป
หลักเกณฑ์ และวิธีการในการขออนุญาต การตรวจสอบ และการออกใบอนุญาต ให้นำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่มีพระราชกฤษฏีกากำหนด ให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เข้ามาเพื่อจำหน่าย ในราชอาณาจักรนั้น เป็นไปตามที่กำหนด ดังนี้

พระราชบัญญัติ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 85 ตอนที่ 121 วันที่ 31 ธันวาคม 2511

พระราชบัญญัติ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 96 ตอนที่ 74 วันที่ 9 พฤษภาคม 2522

พระราชบัญญัติ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2531 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 105 ตอนที่ 206

วันที่ 8 ธันวาคม 2531

กฎกระทรวงฉบับที่ 6-8 (พ.ศ.2516) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 90 ตอนที่ 43 วันที่ 24 เมษายน 2516

กฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ.2520) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 94 ตอนที่ 78 วันที่ 26 สิงหาคม 2520

กฎกระทรวงฉบับที่ 11 (พ.ศ.2524) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 31วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2524

กฎกระทรวงฉบับที่ 13 (พ.ศ.2531) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 105 ตอนที่ 90 วันที่ 2 มิถุนายน 2531

พระราชกฤษฏีกา กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาแล้ว

3.การยื่นคำขอ
ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาต ให้นำผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ที่มีพระราชกฤษฏีกากำหนดให้ ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เข้ามาเพื่อจำหน่าย ในราชอาณาจักร ให้ดำเนินการดังนี้
3.1 ติดต่อขอรับแบบคำขอ (แบบ มอ.5) ได้ที่ สำนักบริหารมาตรฐาน 1,2,3 สำนักงานมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400
3.2 ยื่นคำขอ พร้อมเอกสาร และหลักฐาน ดังนี้
3.2.1 ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม จำนวน 1 ชุด หรือ ภาพ หรือคำชี้แจง ลักษณะโดยละเอียด ของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จำนวน 2 ชุดในกรณีที่ยื่นคำขอ หลังจากพระราชกฤษฏีกา มีผลใช้บังคับแล้ว ผู้ขอรับใบอนุญาต อาจขอรับหนังสือจาก สมอ. เพื่อนำไปแสดง ต่อพนักงานศุลกากรว่า เป็นตัวอย่างผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่จะนำส่งให้ สมอ. ตรวจสอบประกอบการ ขอรับใบอนุญาตได้
3.2.2 เอกสาร แสดงข้อกำหนดรายการ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
3.2.3แผนภูมิ หรือรายละเอียดแสดงวิธีการ ควบคุมคุณภาพ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ในระหว่างทำ และสำเร็จรูปแล้ว ของโรงงานผู้ทำในต่างประเทศ และต้องยื่นหลักฐานเพิ่มเติม คือ
3.2.4 ใบรับรอง ของสถาบันมาตรฐาน หรือสถาบันตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ของต่างประเทศ ที่เชื่อถือได้
3.2.5 ใบสำคัญ แสดงการจดทะเบียน นิติบุคคล กรณีเป็นนิติบุคคล
3.2.6 หนังสือรับรอง ของสำนักทะเบียน หุ้นส่วนบริษัทฯ กรณีเป็นนิติบุคคล แสดงชื่อผู้มีอำนาจทำการ แทนนิติบุคคล ผู้ขอรับใบอนุญาต
3.2.7 ใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ยื่นคำขอ กรณีไม่เป็นนิติบุคคล
3.2.8 หลักฐานอื่น ซึ่งผู้ขอรับใบอนุญาต ประสงค์จะแสดง
สำหรับกรณี ที่ผลิตภัณฑ์ ที่จะขอนำเข้านั้นมีการรับรอง จากสถาบันมาตรฐาน ของต่างประเทศ ที่เชื่อถือได้ ซึ่งรับรองว่า ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่ประสงค์จะนำเข้ามาเพื่อจำหน่าย ในราชอาณาจักรนั้น เป็นไปตามมาตรฐาน ผู้ขอรับใบอนุญาต อาจไม่ต้องยื่นหลักฐาน ตามข้อ 3.2.2 หรือ 3.2.3 แต่จะต้องยื่นหลักฐานดังนี้
3.2.9 ใบรับรอง ของสถาบันมาตรฐาน ของต่างประเทศ ที่เชื่อถือได้
3.2.10 มาตรฐาน ที่สถาบันมาตรฐาน ของต่างประเทศ ใช้เป็นหลักเกณฑ์ การออกใบรับรอง
3.2.11 หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข ในการออกใบรับรอง ของสถาบันนั้น ๆ
3.2.12 วิธีควบคุมติดตามผล การรักษาระดับคุณภาพ ที่สถาบันนั้น ๆ กำหนดให้ ผู้ทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ปฏิบัติในการที่ได้ออก ใบรับรองให้
3.2.13 รายงานผล การตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ที่จะนำเข้า
สำหรับกรณี ได้รับการรับรอง ระบบคุณภาพ ตามมาตรฐานเลขที่ มอก./ISO 9001 หรือ ISO 9002 ตามวิธีการประเมิน ตามหลักเกณฑ์ การรับรองคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ (การนำเข้า) ให้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
3.2.14 ใบรับรองระบบคุณภาพ ISO 9000
สำหรับกรณี ได้รับการรับรอง ห้องปฏิบัติการทดสอบ ตาม ISO/IEC Guide 25 ตามวิธีการประเมิน ตามหลักเกณฑ์ การรับรองคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ (การนำเข้า) ให้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
3.2.15 ใบรับรองห้องปฏิบัติการ ตาม ISO/IEC Guide 25
3.2.16 รายงานผลการตรวจ ของห้องปฏิบัติการ ที่ได้รับการรับรอง
3.3 ชำระค่าธรรมเนียมคำขอ ฉบับละ 10 บาท (กฎกระทรวงฉบับที่11) และหลังจากได้รับ ใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาต ต้องดำเนินการต่าง ๆ ดังนี้
3.3.1 ขอรับใบแทนใบอนุญาต ต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 และกฏกระทรวงฉบับที่ 8 โดยขอรับแบบคำขอ (แบบมอ. 7) และยื่นคำขอที่ สมอ.
3.3.2 ขอรับใบอนุญาต นำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เข้ามาเพื่อจำหน่าย ในราชอาณาจักร สำหรับประเภท ชนิด แบบ หรือชั้น ที่แตกต่าง จากที่ได้รับใบอนุญาต หรือนำผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมอย่างเดียวกัน ที่ทำจากโรงงานอื่น นอกเหนือจาก ที่ได้รับใบอนุญาต หรือนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่มีพระราชกฤษฏีกา กำหนดมาตรฐานใหม่ หรือแก้ไขมาตรฐาน ให้ยื่นคำขอใหม่เช่นเดียวกับ การยื่นคำขอครั้งแรก

4.ขั้นตอนการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต
4.1 เจ้าหน้าที่จะตรวจ และรับคำขอ เมื่อคำขอ กรอกถูกต้อง และเอกสารครบถ้วน หากยังไม่สมบูรณ์ อาจไม่รับ หรือรับคำขอ พร้อมกับแจ้ง ให้ส่งรายละเอียดเพิ่มเติม ภายหลัง
4.2 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้รับคำขอ พร้อมทั้งหลักฐานต่าง ๆ แล้ว จะตรวจสอบ ดังต่อไปนี้ ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ให้หน่วยงาน ที่รัฐมนตรี ให้อำนาจตรวจสอบ ตรวจสอบว่า เป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้ ในมาตรฐาน หรือไม่ ในการนี้ ผู้ขอรับใบอนุญาต ต้องชำระค่าใช้จ่าย ในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ตามอัตรา ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ในราชกิจจานุเบกษา หรือตรวจสอบใบรับรอง ของสถาบันมาตรฐาน หรือสถาบันตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ของต่างประเทศ และเอกสารอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 3.2 ของการยื่นคำขอ (พนักงานเจ้าหน้าที่ อาจขอให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ส่งมอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม อีกก็ได้)
4.3 พนักงานเจ้าหน้าที่ของ สมอ. จะศึกษาผลการตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และหรือหลักฐานเอกสารต่าง ๆ แล้วจัดทำรายงาน เสนอต่อคณะกรรมการ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (กมอ.)

(ก) หากผลการตรวจสอบตัวอย่าง และโรงงานผู้ทำ ในต่างประเทศ มีการควบคุมคุณภาพ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนด สมอ. จะเสนอรายงาน ต่อคณะกรรมการ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม พร้อมมาตรา 25 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานฯ

 

(ข) ในกรณีที่ ผลการตรวจสอบ ยังไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ (เช่น ข้อกำหนดรายการ ของผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ต่ำกว่ามาตรฐาน ตามพระราชกฤษฏีกา วิธีการควบคุม คุณภาพผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ตั้งแต่วัตถุดิบ ในระหว่างทำ และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ไม่เพียงพอ ใบรับรองของสถาบันมาตรฐาน หรือสถาบันตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ของต่างประเทศ เป็นแบบรับรองเฉพาะตัวอย่าง หรือออกให้เป็นครั้งคราว หรือวิธีควบคุมติดตามผล ของผู้ออกใบรับรอง ไม่เพียงพอ ฯลฯ) สมอ. จะแจ้งให้ทราบ คำสั่งคณะกรรมการ ไม่อนุญาตคำขอ ค่าธรรมเนียมคำขอ และค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ จะไม่คืนให้ผู้ขอรับใบอนุญาตฯ

วิธีการประเมิน ตามหลักเกณฑ์ การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ (การนำเข้า) เพื่อให้การปฏิบัติ ในการควบคุมการนำเข้า ซึ่งผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่มีพระราชกฤษฏีกากำหนดให้ ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ตาม พ.ร.บ. มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม เป็นไปอย่างเสมอภาค ทั้งการนำเข้า และการผลิตภายในประเทศ ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนด ขององค์การการค้าโลก ในความตกลง ว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิค (Agreement on Technical Barrier to Trade) สมอ. จึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ การประเมิน ในการอนุญาต ให้นำเข้าเป็น ดังนี้
กรณีที่ 1 : โรงงานต่างประเทศ ได้รับการรับรอง ระบบคุณภาพ ตามมาตรฐาน ISO 9000 และการทดสอบ ทำโดยห้องปฏิบัติการ ที่ได้รับการรับรอง (accredited) ตาม ISO/IEC Guide 25

การอนุญาต
ยกเว้นการประเมิน ระบบการควบคุม คุณภาพ และรับผลทดสอบ ของห้องปฏิบัติการ ที่ได้รับการรับรองทุกครั้ง ที่นำเข้าเฉพาะกรณี
หน่วยรับรอง ISO 9000 และหน่วยรับรอง ห้องปฏิบัติการนั้น มีข้อตกลงยอมรับร่วม (Mutual Recognition Agreement, MRA) กับสมอ. หรือหน่วยรับรอง และห้องปฏิบัติการเหล่านั้น ได้รับการรับรอง ระบบงาน (accredited) จาก NAC (National Accreditation Council) ของประเทศไทย หรือหน่วยรับรอง และห้องปฏิบัติการเหล่านั้น ได้รับการรับรองระบบงาน (accredited) จาก Accreditation Body ซึ่งมีข้อตกลง ยอมรับร่วม (Mutual Recognition Agrement, MRA) กับ NAC ของประเทศไทย

กรณีที่ 2 : โรงงานต่างประเทศ ได้รับการรับรอง ระบบคุณภาพ ตามมาตรฐาน ISO 9000 หรือการทดสอบ ทำโดยห้องปฏิบัติการ ที่ได้รับการรับรอง (accredited) ตาม ISO/IEC Guide 25
2.1 กรณีมีเฉพาะใบรับรอง ระบบคุณภาพ ตามมาตรฐาน ISO 9000 การอนุญาต
ยกเว้นการประเมิน ระบบการควบคุม คุณภาพ และเก็บตัวอย่าง ทดสอบทุกครั้ง ที่นำเข้าเฉพาะกรณี

หน่วยรับรอง ISO 9000 มีข้อตกลงยอมรับร่วม (Mutual Recognition Agreement, MRA) กับสมอ. หรือหน่วยรับรองนั้น ได้รับการรับรอง ระบบงาน (accredited) จาก NAC (National Accreditation Council) ของประเทศไทย หรือหน่วยรับรองนั้น ได้รับการรับรองระบบงาน (accredited) จาก Accreditation Body ซึ่งมีข้อตกลงร่วม (Mutual Recognition Agreement, MRA) กับ NAC ของประเทศไทย
2.2 กรณีเฉพาะ ผลการทดสอบ จากห้องปฏิบัติการ ที่ได้รับการรับรองตาม ISO/IEC Guide 25

การอนุญาต
ประเมินระบบ การควบคุมคุณภาพ จาก Technical file ของโรงงาน ซึ่งผู้นำเข้า จะต้องยื่นต่อ สมอ.รับผลทดสอบ ของห้องปฏิบัติการ ที่ได้การรับรองทุกครั้ง ที่นำเข้าเฉพาะกรณี

หน่วยรับรอง ห้องปฏิบัติการนั้น มีข้อตกลงยอมรับร่วม (Mutual Recognition Agreement, MRA) กับสมอ. หรือห้องปฏิบัติการนั้น ได้รับการรับรอง ระบบงาน (accredited) จาก NAC (National Accreditation Council) ของประเทศไทย หรือ ห้องปฏิบัติการนั้น ได้รับการรับรอง ระบบงาน (accredited) จาก Accreditation Body ซึ่งมีข้อตกลง ยอมรับร่วม (Mutual Recognition Agreement, MRA) กับ NAC ของประเทศไทย

กรณีที่ 3 : โรงงานต่างประเทศ ไม่ได้รับการรับรอง ISO 9000 หรือ การทดสอบ โดยห้องปฏิบัติการ ที่ไม่ได้รับการรับรอง ตาม ISO/IEC Guide 25

การอนุญาต
ประเมินระบบ การควบคุมคุณภาพ จาก Technical file ของโรงงาน ซึ่งผู้นำเข้าจะต้องยื่นต่อ สมอ. เก็บตัวอย่างทดสอบ ทุกครั้งที่นำเข้า

5.การออกใบอนุญาต

5.1 เมื่อคณะกรรมการ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม อนุมัติให้ออกใบอนุญาต แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต รายใด แล้ว สมอ. จะมีหนังสือ แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ทราบ เพื่อไปชำระค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตฉบับละ 1,000 บาท (กฎกระทรวง ฉบับที่ 11) เมื่อได้ชำระ ค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตเรียบร้อยแล้ว จึงจะมอบใบอนุญาต ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต่อไป
5.2 การรับใบอนุญาต ให้นำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่มีพระราชกฤษฏีกากำหนดให้ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเข้ามา เพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร ตามข้อ 5.1 ผู้รับใบอนุญาต ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่คณะกรรมการกำหนด
5.3 ผู้ขอรับใบอนุญาต หรือผู้รับใบอนุญาต ต้องชำระค่าใช้จ่าย ในการตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ตามอัตราที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนด

6.การแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน
6.1 ผู้รับใบอนุญาต เป็นผู้จัดทำ และแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนด ในกฎกระทรวงฉบับที่7 ฉบับที่9 และฉบับที่13 6.2 ผู้รับใบอนุญาต ต้องแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน ที่ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ก่อนรับมอบ ไปจากเจ้าพนักงาน ศุลกากร โดยมีข้อยกเว้น ดังนี้
      6.2.1 หากไม่สะดวก รัฐมนตรีจะอนุญาต ให้ทำภายหลัง ตามเงื่อนไขก็ได้ (ตามมาตรา 33 วรรคที่หนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511)
      6.2.2 ในกรณีที่มีหลักฐานว่า ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่นำเข้าเป็นไปตามมาตรฐาน ของต่างประเทศ ที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่า มาตรฐานตามพระราชบัญญัติ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 และมีเครื่องหมายมาตรฐาน ของต่างประเทศ แสดงแล้ว คณะกรรมการ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม อาจยกเว้นให้ผู้รับใบอนุญาต ไม่ต้องแสดงเครื่องหมาย มาตรฐานได้ (มาตรา 33 วรรคสาม)

7.การนำเข้า การขอยกเว้น และการตรวจสอบติดตามผล
7.1 การขอยกเว้น ไม่ต้องแสดง เครื่องหมายมาตรฐาน (มาตรา 33 วรรคสาม) นั้น จะทำเป็นหนังสือ ขอยกเว้น ยื่นพร้อมกับคำขอ ในตอนแรกก็ได้ และเพื่อประกอบ การพิจารณา ขอได้โปรดแนบเอกสาร ต่อไปนี้ด้วย ถ้ายังมิได้เคยส่ง ให้สำนักงานฯ มาก่อน
     7.1.1 ใบอนุญาต ให้แสดงเครื่องหมาย มาตรฐานของต่างประเทศ
     7.1.2 มาตรฐาน ของต่างประเทศ
     7.1.3 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการออกใบอนุญาต หรือใบรับรอง ของสถาบันนั้น ๆ เมื่อคณะกรรมการ ได้วินิจฉัยแล้ว จักได้แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาต และกรมศุลกากร ทราบต่อไป
7.2 การขออนุญาต แสดงเครื่องหมาย มาตรฐาน หลังรับมอบ ไปจากเจ้าพนักงาน ศุลกากร ให้ทำเป็นหนังสือ ขออนุญาต ต่อรัฐมนตรีเป็นคราว ๆ ไป พร้อมด้วยเหตุผล ความจำเป็น และรายละเอียดการ นำเข้าสินค้ารุ่นนั้น และยื่นที่ สมอ.ก่อนวันที่ประสงค์ จะรับของไปจาก เจ้าพนักงานศุลกากร ในเวลาอันสมควรเพื่อ สมอ. จักได้แจ้งผล และเงื่อนไข ที่กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาต และกรมศุลกากร ทราบโดยเร็ว
7.3 การขอรับมอบผลิตภัณฑ์ จากเจ้าพนักงานศุลกากร รุ่นต่อไป หลังจากได้ รับใบอนุญาตแล้ว ขอผู้รับใบอนุญาต โปรดเตรียมใบกำกับภาษี (invoice) ไป 1 ชุด เพื่อเจ้าพนักงาน ศุลกากรจักได้รับไว้ เพื่อมอบให้ สมอ. พร้อมกับตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ในภายหลัง นอกจากนี้ ขอได้โปรด เตรียมเอกสาร ต่อไปนี้ไป แสดงต่อเจ้าพนักงาน ศุลกากรด้วย
     7.3.1 ใบอนุญาต หรือสำเนา
     7.3.2 หนังสือแจ้งการยกเว้น ไม่ต้องแสดงเครื่องหมาย มาตรฐานตามข้อ 7.1 หรือสำเนา (ถ้ามี)
     7.3.3หนังสือแจ้งการผ่อนผัน และเงื่อนไข ให้แสดงเครื่องหมาย มาตรฐาน ภายหลังรับมอบ ผลิตภัณฑ์ ไปจากเจ้าพนักงาน ศุลกากร ตามข้อ 7.2 หรือสำเนา (ถ้ามี)
7.4 เจ้าพนักงานศุลกากร จะชักตัวอย่างจำนวนหนึ่ง ตามที่ระบุในมาตรฐาน หรือตามที่ สมอ. แจ้งให้ทราบ
7.5 ผู้รับใบอนุญาต ต้องชำระค่าใช้จ่าย ในการตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ตามอัตรา ที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนด

8.ใบอนุญาตสิ้นอายุเมื่อ
8.1 ผู้รับใบอนุญาต เลิกประกอบกิจการ
8.2 ประกาศ หรือพระราชกฤษฏีกา กำหนดมาตรฐานใหม่ แก้ไข หรือยกเลิก มาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมชนิดนั้น มีผลบังคับ ใช้บังคับในกรณี ที่มีการกำหนดมาตรฐานใหม่ หรือแก้ไขมาตรฐาน ถ้าผู้รับใบอนุญาต ประสงค์จะประกอบกิจการ ตามมาตรฐานใหม่ หรือมาตรฐานที่แก้ไข ให้ยื่นคำขออนุญาตได้ ก่อนวันที่มาตรฐานใหม่ หรือมาตรฐานที่แก้ไข ให้ยื่นคำขออนุญาตได้ ก่อนวันที่มาตรฐานใหม่ หรือมาตรฐานที่แก้ไข มีผลใช้บังคับ และเมื่อได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้ประกอบกิจการ ตามใบอนุญาตเดิม ต่อไปได้ ภายในระยะเวลา ที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งปี นับแต่วันที่มาตรฐานใหม่ หรือมาตรฐาน ที่แก้ไขมีผลใช้บังคับ

9.บทลงโทษ

9.1 คณะกรรมการ มีอำนาจสั่งพักใช้ หรือเพิกถอน ใบอนุญาต ได้ตามตามมาตรา 37 และมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2531 ส่วนการอุทธรณ์ เป็นไปตามมาตรา 42
9.2 ผู้นำผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ที่มีพระราชกฤษฏีกากำหนดให้ ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เข้ามาเพื่อจำหน่าย ในราชอาณาจักร โดยมิได้รับอนุญาต จากคณะกรรมการ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
9.3 ผู้รับใบอนุญาต ไม่แสดงใบอนุญาต ไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุ ไว้ในใบอนุญาต หรือไม่ขอรับ ใบแทนใบอนุญาต ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบว่า ใบอนุญาตหาย หรือชำรุดเสียหายมาก ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
9.4 ผู้รับใบอนุญาต ย้ายสถานที่ ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต หรือโอนใบอนุญาต โดยมิได้รับใบอนุญาต จากคณะกรรมการ หรือผู้รับใบอนุญาต เลิกประกอบกิจการ โดยไม่แจ้งเป็นหนังสือ ให้คณะกรรมการ ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันเลิกประกอบกิจการ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
9.5 ผู้รับใบอนุญาต นำผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เข้ามาเพื่อจำหน่าย ในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
9.6 ผู้ใดใช้เครื่องหมาย มาตรฐาน โดยมิได้รับใบอนุญาต หรือเลียนเครื่องหมาย มาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่า เป็นเครื่องหมายมาตรฐาน ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
9.7 ผู้รับใบอนุญาต ไม่แสดงเครื่องหมาย มาตรฐาน ก่อนรับมอบ ไปจากเจ้าพนักงาน ศุลกากร หรือแสดงเครื่องหมาย มาตรฐาน โดยไม่แสดงชื่อเต็ม หรือชื่อย่อ ของผู้รับใบอนุญาต หรือเครื่องหมายการค้า ที่จดทะเบียนแล้ว ไว้ในที่ใกล้เคียง กับเครื่องหมายมาตรฐาน ให้เห็นได้ง่าย และชัดเจน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
9.8 ผู้รับใบอนุญาต แสดงเครื่องหมาย มาตรฐาน กับผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
9.9 ผู้ใดโฆษณา จำหน่าย หรือมีไว้ เพื่อจำหน่ายซึ่ง ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยรู้อยู่ว่า ไม่เป็นไปตามหรือ ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับ ไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

10.การนำเข้าผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ที่แตกต่างไปจาก ที่กำหนดในมาตรฐาน
        
ในกรณีมีความจำเป็น ต้องนำเข้ามา ในราชอาณาจักร ซึ่งผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม ที่แตกต่าง ไปจากมาตรฐาน ที่กำหนด เพื่อใช้ในราชอาณาจัก เป็นครั้งคราว อาจทำได้เป็น โดยต้องได้รับอนุญาต จากรัฐมนตรี ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ต่างประเทศ หรือมาตรฐานระหว่างประเทศ ที่ได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการ และการนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เข้ามาในราชอาณาจักร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)