การให้บริการ กรมทรัพย์สินทางปัญญา

ทรัพย์สินทางปัญญา คืออะไร?
ทรัพย์สินทางปัญญา คือ ผลงานอันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ เช่น เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร และ ลิขสิทธิ์ รวมทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่อื่น ๆ ที่ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในกระทรวงพาณิชย์ มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่

- พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า
- พระราชบัญญัติสิทธิบัตร
- พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์

การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
เครื่องหมายการค้า
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ได้กำหนดประเภทเครื่องหมายไว้ 4ประเภท คือ
1. เครื่องหมายการค้า
2. เครื่องหมายรับรอง
3. เครื่องหมายบริการ
4. เครื่องหมายร่วม

1. เครื่องหมายการค้า คือ เครื่องหมายที่ใช้กับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้านั้นเป็นของผู้ใด

2. เครื่องหมายรับรอง คือ เครื่องหมายที่ใช้เพื่อการรับรองคุณภาพ หรือลักษณะของสินค้า หรือการบริการของบุคคลอื่น

3. เครื่องหมายบริการ คือ เครื่องหมายที่ใช้กับการให้บริการ เพื่อแสดงว่าการบริการ นั้นเป็นของผู้ใด

4. เครื่องหมายร่วม คือ เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายบริการ ที่ใช้ร่วมกันในกลุ่ม เดียวกัน ไม่ว่าในกลุ่มบุคคลหรือนิติบุคคล

นอกจากนั้น พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ยังครอบคลุมถึงสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) ซึ่งเจ้าของเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายบริการ อนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายของตนได้

เครื่องหมายที่จดทะเบียนได้

1. มีลักษณะบ่งเฉพาะ คือ ลักษณะที่ทำให้ประชาชนหรือผู้ใช้สินค้านั้นทราบและเข้าใจว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าอื่น
2. ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ได้แก่ ธงชาติ ธงราชการ เครื่องหมายกาชาด พระบรมฉายาลักษณ์ เครื่องหมายราชการ เป็นต้น
3. ไม่เหมือนคล้ายกับเครื่องหมายของบุคคลอื่น

การขอจดทะเบียน
ยื่นคำขอจดทะเบียนพร้อมเอกสารหลักฐานได้ที่ กองบริการและเผยแพร่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา

เอกสารประกอบการยื่นขอ

กรณี บุคคลธรรมดา

- สำเนาบัตรประจำตัว
- สำเนาหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
- สำเนาบัตรประจำตัวของตัวแทน (ถ้ามี)

กรณี นิติบุคคล

- หนังสือรับรองนิติบุคคลที่นายทะเบียนรับรองไม่เกิน 6 เดือน นับจนถึงวันยื่นขอ
- สำเนาหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
- สำเนาบัตรประจำตัวของตัวแทน (ถ้ามี)

การคุ้มครองเครื่องหมาย
เครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้ว มีอายุการคุ้มครอง 10 ปี นับแต่วันยื่นคำขอจดทะเบียน และต่ออายุได้คราวละ 10 ปี

ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน

1. ยื่นคำขอจดทะเบียน สินค้า หรือบริการ อย่างละ 300 บาท
2. ประกาศโฆษณา คำขอละ 100 บาท
3. เมื่อรับจดทะเบียน สินค้า หรือบริการ อย่างละ 200 บาท

หน่วยงานรับผิดชอบ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่

อาคารกรมทรัพย์สินทางปัญญา
338 ถนนรัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320
โทรศัพท์ ผ่านโอเปอเรเตอร์ 276-0036-45
สายตรง 275-4854, 276-0117
แฟกซ์ 276-0061


สิทธิบัตร คืออะไร
สิทธิบัตร คือ หนังสือสำคัญที่ออกให้แก่ผู้ที่สามารถประดิษฐ์คิดค้น หรือออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ แล้วนำมาเปิดเผย

สิทธิบัตร แบ่งเป็น 2 ประเภท

1. การประดิษฐ์ ได้แก่ ลักษณะภายใน เช่น กลไก โครงสร้าง หน้าที่ใช้สอยหรือประโยชน์ของผลิตภัรฑ์ รวมทั้งกรรมวิธีการผลิต การเก็บรักษาให้คงสภาพ หรือทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีขึ้น
2. การออกแบบผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ลักษณะภายนอก เช่น รูปร่าง ลวดลาย สีสันของผลิตภัณฑ์

การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้

1. เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เช่น ไม่เคยมี หรือใช้แพร่หลายมาก่อน หรือไม่เคยมีการตีพิมพ์เผยแพร่ในเอกสารสิ่งพิมพ์ใด ๆ มาก่อน
2. มีขั้นตอนการประดิษฐ์สูงขึ้น กล่าวคือ ไม่ใช่การประดิษฐ์ที่อาจทำได้โดยง่าย โดยผู้มีความรู้ในระดับธรรมดา
3. สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในทางอุตสาหกรรม หัตถกรรม เกษตรกรรม และพาณิชยกรรม

การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้
ต้องเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อทางอุตสาหกรรมหรือหัตถกรรม

การขอจดทะเบียน
ยื่นคำขอจดทะเบียนพร้อมเอกสารหลักฐาน ตามที่กฎหมายกำหนดได้ที่กองบริการและเผยแพร่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา

การคุ้มครองสิทธิบัตร
เมื่อผู้ขอได้รับสิทธิบัตรแล้ว จะได้รับความคุ้มครองในการผลิตสินค้าตามที่เปิดเผยไว้แต่เพียงผู้เดียว ภายในระยะเวลาที่คุ้มครอง คือ
การประดิษฐ์ มีอายุการคุ้มครอง 20 ปี นับแต่วันยื่นคำขอ
การออกแบบผลิตภัณฑ์ มีอายุการคุ้มครอง 10 ปี นับแต่วันยื่นคำขอ

ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน

ยื่นคำขอ 1,000 บาท
ประกาศโฆษณา 500 บาท
ตรวจสอบการประดิษฐ์ 500 บาท
ออกสิทธิบัตร 1,000 บาท

หน่วยงานรับผิดชอบ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่

อาคารกรมทรัพย์สินทางปัญญา
338 ถนนรัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320
โทรศัพท์ ผ่านโอเปอเรเตอร์ 276-0036-45
สายตรง 275-4854, 276-0117 แฟกซ์ 276-0061


ลิขสิทธิ์ หมายถึง สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น โดยแสดงออกในสื่อต่าง ๆ

การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์

ผู้สร้างสรรค์หรือก่อให้เกิดงานโดยความคิดริเริ่มของตนเอง และสร้างสรรค์ผลงานนั้นให้ปรากฎเป็นรูปร่างขึ้น จะได้ลิขสิทธิ์จากงานที่สร้างสรรค์งานนั้นโดยอัตโนมัติ

หากผู้สร้างสรรค์ประสงค์จะแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ดังกล่าว สามารถแจ้งได้ที่ กองบริการและเผยแพร่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา

งานสร้างสรรค์ที่ได้รับความคุ้มครอง

1. งานวรรณกรรม เช่น หนังสือ ตำราเรียน คำปราศัย รวมทั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์
2. งานนาฎกรรม เช่น ท่าเดิน ท่ารำ ละคร โขน
3. งานศิลปกรรม เช่น จิตรกรรม ปฏิมากรรม สถาปัตยกรรม ภาพถ่าย
4. งานดนตรีกรรม เช่น คำร้องและทำนองเพลง โน๊ตเพลง การเรียบเรียงเสียงประสาน
5. โสตทัศนวัสดุ เช่น วีดีโอเทป เลเซอร์ดิสก์ DVD VIDIOCD
6. ภาพยนตร์
7. สิ่งบันทึกเสียง เช่น แผ่นเสียง เทปเพลง ซีดี
8. งานแพร่เสียงแพร่ภาพ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ เคเบิ้ลทีวี
9. งานอื่นในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะที่ไม่สามารถจัดเป็น งานหนึ่งงานใดที่กล่าวมาตั้งแต่ต้น

การคุ้มครองลิขสิทธิ์

เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการ ดังนี้

1. ทำซ้ำหรือดัดแปลง คือ คัดลอก ทำสำเนา การแปลงาน
2. เผยแพร่ต่อสาธารณชน
3. ให้เช่าต้นฉบับ หรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง
4. ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น
54. อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตามข้อ 1 ข้อ 2 หรือข้อ 3

อายุการคุ้มครอง

โดยทั่วไปมีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และอีกเป็นเวลา 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่กรรม

หน่วยงานรับผิดชอบ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่

อาคารกรมทรัพย์สินทางปัญญา
338 ถนนรัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320
โทรศัพท์ ผ่านโอเปอเรเตอร์ 276-0036-45
สายตรง 275-4854, 276-0117
แฟกซ์ 276-0061

More Information Please Contact to E-mail :
Ministry of Commerce