ทำอย่างไรถึงจะตั้งใจทำงานไปจนสำเร็จ

ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รณชัย คงสกนธ์ : ผู้รวบรวมและเรียบเรียง

มีธรรมภาษิตอยู่ข้อหนึ่งว่า งานที่คั่งค้างจะทำให้เกิดความยุ่งเหยิง วุ่นวาย ท่านคงจะเห็นกับตัวเองว่า ภาษิตข้อนี้เป็นความจริง แต่ก็มีคนไม่ใช่น้อย ซึ่งรวมทั้งตัวท่านเองมักปล่อยให้งานคั่งค้างถึงขนาดสับสนวุ่นวายและเสียงานในที่สุด

ในภาษาจิตวิทยา เขาว่าลักษณะดังนี้เป็นอาการของ lack of concentration คือไม่มีความ มุ่งใจ ที่จะทำงานติดต่อไปให้เสร็จสิ้น

คำว่า concentration นี้เคยแปลกันว่าสมาธิ รู้สึกว่าจะไม่ตรงนัก คำว่าสมาธิน่าจะตรง กับคำว่า meditation มากกว่าทางศาสนา สมาธิ หมายถึงการทำจิตให้หยุดนิ่งอยู่ในอารมณ์อย่างหนึ่งอย่างใด แต่เฉพาะอย่างเดียว

ในทางจิตวิทยา concentration ศัพท์บัญญัติใช้ว่า การสำรวจใจ ซึ่งหมายถึง

ก. การปฏิบัติอันมีความตั้งใจจดจ่ออยู่กับกิจการปัญหาหรือประสบการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

ข. การใช้กำลังกายและกำลังใจอย่างมีความรู้สึกตัว ที่จะกระทำการหรือ แก้ไขอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังนี้ท่านก็จะเห็นว่า การสำรวจใจ หรือการเอาใจจดจ่อกับงานนั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่จะให้งานนั้นบรรลุผลสำเร็จ ท่านลองนึกดูว่ามีงานอะไรที่ท่านทิ้งค้างไว้บ้าง งานที่ค้างอยู่นั้นดูเผินๆ ก็ไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย แต่ที่จริงแล้วคนที่ไม่ก้าวหน้า ก็เพราะเหตุที่ทิ้งงานให้คั่งค้างอยู่นั่นเอง อะไรก็ไม่สำเร็จซักอย่าง มันก็ไม่มีผลอะไรขึ้น เท่ากับลงทุนเสียเวลาเปล่า

เพราะฉะนั้น เราต้องสร้างความสำรวมใจให้แรงกล้า คือสามารถรวมกำลังความตั้งใจ เพ่งอยู่กับงานที่มุ่งหมายจะทำ และทำไปจนงานนั้นถึงที่สุด ที่ว่าถึงที่สุดนั้น คือว่างานนั้นเสร็จถ้าท่านทำงานตามที่ กะเสร็จ ท่านก็จะรู้ได้ว่างานนั้นให้ผลหรือไม่ให้ผล แต่ถ้าทิ้งไว้ ท่านก็ไม่มีทางรู้เลยว่า งานชิ้นนั้นจะให้ผลหรือไม่ให้ผลยิ่งถ้าเกี่ยวกับข้อปัญหาด้วยแล้ว หากทิ้งปัญหาไว้ครึ่งๆกลางๆเราก็แก้อะไรกันต่อไปไม่ถูกเพราะ ค้นไม่พบว่า อะไรผิด อะไรบกพร่อง

ท่านจะทำอย่างไรจึงจะสำรวมใจ (concentrate) ดำเนินงานไปจนสำเร็จตามที่คิด

นักจิตวิทยาคนหนึ่งชื่อฮีทอร์น (R.J. Heathorne) ได้เขียนแนะนำไว้ว่าหากท่านคิดจะทำอะไร ซึ่งจะต้องใช้เวลานานก็อย่าวางแผนไว้เพียงในสมอง จงหยิบกระดาษดินสอมาจดแผนงานลงให้ชัดแจ้งว่า

จะทำอะไร : แต่งห้องรับแขก

จะลงมือทำงานเมื่อใด : คิดเสียให้ดีว่าวันใดท่านจะสะดวกที่จะไม่ต้องผัดผ่อนต่อไป และเพื่อ ไม่ให้งานอื่นเข้ามาขัดขวาง

จดรายการอุปกรณ์ที่จะใช้ : เขียนลงไปให้ละเอียด จะใช้อะไรขัดสีเก่าออก จะใช้สีอะไรทาใหม่ จะหาแปรงทาสีที่ไหน

ลำดับงาน : คือจะทำอะไรก่อนหลังเขียนรายงานลงไปตามลำดับเพื่อท่านจะปฏิบัติให้เป็นไปตามลำดับนั้น

เมื่อจดเสร็จเรียบร้อยอ่านทบทวนดีแล้ว ก็สัญญากับตัวเองว่า จะต้องลงมือตามกำหนด ต้องเอารายงานมาดูเสมอ การจดรายการหรือแผนทำงานไว้อย่างนี้ จะช่วยในการสำรวมใจ (concentration) ได้เป็นอย่างดี

เรียกรายการแบบนี้ว่า การนัดหมายกับตนเอง ทำให้เกิดความเป็นความเคยตัว แล้วท่านจะเป็นคนที่ทำอะไรสำเร็จเสมอ คนที่ทำอะไรไม่สำเร็จ มักเป็นคนขาดความสำรวมใจ และขาดความเป็นระเบียบ

โบราณเรียกคนที่ทำอะไร ไม่สำเร็จว่าคนจับจด

งานบางอย่างต้องใช้เวลานานเต็มที ต้องการความสำรวมใจติดต่อกันเป็นระยะยาวนาน ก็ต้องพยายามปฏิบัติไปตามแผนการโดยไม่ทอดทิ้ง จึงจะปรากฎผล แต่ผลจะดีหรือเลวนั้นต้องยกไว้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

การผัดวันประกันพรุ่งเป็นศัตรูกับความสำรวมใจ

รีบทำงานในหน้าที่ให้เสร็จ

หากท่านเป็นเลขานุการบันทึกรายงานการประชุม หมดเวลาประชุมแล้วท่านเก็บบันทึกไว้ ผัดเวลาว่าพรุ่งนี้เถอะค่อยเขียนรายงานให้เรียบร้อย พอรุ่งขึ้นมัวไปยุ่งกับเรื่องอื่นเสียจนล่วงไปอีกสองสามวัน ท่านกลับมาหยิบบันทึกมาเขียน จะรู้สึกว่าเขียนยากที่สุด รายงานการประชุมของท่านจะไม่ละเอียดถูกต้อง ทางที่ดีพอเลิกการประชุม ท่านต้องรีบเขียนเสียให้เสร็จสดๆ ร้อนๆ เลยทีเดียว

งานอื่นก็เช่นกัน ต้องถือเป็นข้อกำหนดอันแน่นอนแก่ตนเอง ว่าจะต้องรีบทำให้เสร็จโดยเร็ว สิ่งสำคัญก็คือให้ลงมือทำ ลงมือเสียก่อนแล้วการสำรวมใจต่องานจะเกิดขึ้นเอง หากท่านไม่ลงมือก็จะเฉื่อยแฉะต่อไป จนไม่ได้ทำอะไรเลยในที่สุด

หัวใจของการสำรวมใจก็คือท่านต้องลงมือทำ อย่าปล่อยให้ใจไปมัววุ่นวายกับเรื่องใดๆทั้งสิ้น นึกปลอบใจตัวเองว่า ถ้างานชิ้นนี้เสร็จก็จะโล่งอก จะไปเที่ยวไหนโดยไม่ต้องคอยเป็นห่วง ทำอย่างนี้ได้สักสามสี่ครั้งเท่านั้นก็จะเกิดความเคยชิน ต่อไปท่านก็จะมีความสำรวมใจ ที่จะทำงานชิ้นใดชิ้นหนึ่งจนสำเร็จอย่างไรก็ดี ก่อนที่ท่านจะทำอะไร ท่านต้องคิดให้ดีเสียก่อนว่า งานชิ้นนี้เป็นงานจำเป็นที่ท่านจะต้องทำมันจะเป็นประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งแก่ท่าน ไม่ใช่ว่าทำไปโดยปราศจากความมุ่งหมาย