พฤติกรรมผู้บริโภคในระบบทุนนิยม

ฉัตรแสง ธนารักษ์โชค

          การศึกษากระแสบริโภคทุนนิยมตามระบบตลาดเสรีเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เข้าใจภาวะเศรษฐกิจและสังคมในภาวะ
ปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น และการที่ประเทศไทยประสบปัญหาภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจนั้นส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นผลส่วนหนึ่งจาก พฤติกรรมการบริโภคตามกระแสบริโภคทุนนิ ยมนี้ด้วยเช่นกัน จึงอยากจะยกประเด็นที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภค
ในระบบทุนนิยมมากล่าวถึง พฤติกรรมของผู้บริโภคในโลกทุนนิยมนั้นมีลักษณะที่เป็นสากลและมีลักษณะเฉพาะ ในที่นี้จะขอนำบทความในหัวข้อ Love and Disintegration in Contemporary Western Society ของ Erich Fromm (นักปรัชญาและจิตวิทยาชาวเยอรมัน ที่ใช้ชีวิตการทำงานส่วนใหญ่ในอเมริกา) ในส่วนที่ กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมของผู้บริโภคและสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในโลกทุนนิยมตะวันตกมาอ้างถึง บทความดังกล่าวนี้ ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกใน ปี ค.ศ. 1957 แต่ก็ยังคงมี เนื้อหาที่สามารถอธิบายถึงลักษณะวิถีชีวิต สภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้บริโภคในระบบทุนนิยมใน ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี โดยลักษณะพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่จะกล่าวถึงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแต่ในสังคมตะวันตกเท่านั้น ผู้บริโภคในสังคมตะวันออกเองก็มีลักษณะพิเศษที่เหมือนกับผู้ บริโภคในโลกตะวันตกเช่นกัน

          สังคมของโลกทุนนิยมนั้นมี หลักการที่ให้ เสรีภาพ โดยที่กลไกตลาดจะเป็นตัวกำหนดความเป็นไปของทุกสิ่งทุกอย่าง
(แม้กระทั่งความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคม) สินค้าในตลาดจะถูกกำหนดว่าภายใต้เงื่อนไขใดสินค้าใดจะถูกแลกเปลี่ยน
ตลาดแรงงานจะเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติและค่าแรงงาน ทั้งสินค้า, แรงงานและทักษะของมนุษย์ที่เป็นประโยชน์จะถูก
นำมาแลกเปลี่ยนอย่างเสรีภายใต้เงื่อนไขของตลาด สินค้าใดก็ตามจะไม่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจเลยหากไม่มีความต้องการ สินค้านั้นในตลาด แรงงานและทักษะของมนุษย์ก็เช่นกันจะไม่มีคุณค่าอันใดเลยหากไม่มีความต้องการของแรงงานและ ทักษะนั้นในตลาด เจ้าของทุนสามารถที่จะจ้างแรงงานและสั่งการให้ผู้ใช้แรงงานเหล่านั้นผลิตเพื่อให้เกิดผลกำไรจากการ ลงทุน ผู้ใช้แรงงานจะต้องรับจ้างนายทุนมิฉะนั้นก็จะไม่สามารถหาเลี้ยงชีพได้ โครงสร้างทางเศรษฐกิจเช่นนี้เป็นผลสะท้อน ของระดับการให้ความสำคัญของคุณค่าต่างๆ โดยมีเงินทุนสั่งการแรงงาน และแรงงานทำการผลิตสิ่งของที่ไม่มีชีวิตที่ใน บางครั้ง อาจมีค่ามากกว่าแรงงานของตัวผู้ผลิตเองที่ยังคงมี ชีวิตอยู่

          ที่กล่าวมาทั้งหมดคือโครงสร้างพื้นฐานของระบบทุนนิยมตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยบางประการที่เปลี่ยนแปลง ไปก็ตามแต่หลักการพื้นฐานนี้ก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดลักษณะพฤติกรรมของผู้คนในโลกทุนนิยมจนถึงสมัย ปัจจุบัน ผลจากการพัฒนาของระบบทุนนิยมนี้ เราจะเห็นปรากฏการณ์ที่เป็นขบวนการการรวมทุน การสะสมทุนมากขึ้น เรื่อยๆ ของกลุ่มทุนในกิจการต่างๆ การเติบโตของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ในขณะที่ผู้ประกอบการขนาดเล็กถูกบีบออกไป จากระบบ ผู้เป็นเจ้าของเงินทุนขนาดใหญ่จะแยกตัวไปจากระบบการบริหารจัดการกิจการ ผู้ถือหุ้นจำนวนมากเป็นเจ้าของ กิจการโดยมีกลุ่มคนที่ได้รับเงินเดือนสูงๆทำหน้าที่บริหารจัดการกิจการ พร้อมๆไปกับสถานการณ์การร่วมทุน การสะสมทุน ที่มีมากขึ้นและการเติบโตของอำนาจการบริหารจัดการของกลุ่มกิจการขนาดใหญ่ ในส่วนของผู้ใช้แรงงานเองก็มีการรวมตัว ของกลุ่มคนผู้ใช้แรงงานเพื่อสร้างกำลังในการต่อรองกับเจ้าของทุน ผู้ใช้แรงงานแต่ละคนจะต่อรองในตลาดแรงงานผ่านกลุ่ม การรวมตัวของผู้ใช้แรงงานในแต่ละประเภท ภาวะการรวมตัวของทั้งกลุ่มเจ้าของทุนและกลุ่มผู้ ใช้ แรงงานดังกล่าวนี้ ทำให้ จำนวนของผู้คนที่มีอิสระและพึ่งตนเองได้ลดลง ขณะที่กลุ่มคนที่จะต้องหันมาพึ่งพาการบริหารจัดการของระบบเศรษฐกิจ ขนาดใหญ่ก็จะมีเพิ่มขึ้น

          การรวมตัวของเงินทุนและลักษณะของทุนนิยมสมัยใหม่นี้เองก่อให้เกิดองค์กรการทำงานที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะขึ้น โดยผู้ ทำงานในองค์กรจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบเช่นเดียวกับฟันเฟืองของเครื่องจักร ในระบบทุนนิยมนี้ต้องการกลุ่มคน จำนวนมากที่ให้ความร่วมมือในการดำเนินการเป็นอย่างดี และมีความต้องการที่จะบริโภค ซึ่งรสนิยมในการบริโภคของกลุ่ม คนก็ จะถูกกำหนดมาตรฐานไว้แล้วและสามารถได้รับอิทธิพลได้ง่ายรวมทั้งคาดเดาได้ ทุนนิยมต้องการกลุ่มคนที่รู้สึกมี อิสระและเป็นตัวของตัวเองไม่ตกอยู่ในอำนาจหรือหลักการหรือความคิดใดเป็นพิเศษ พร้อมที่จะได้รับคำสั่งและปฏิบัติตาม สิ่งที่คาดหวังจากตัวพวกเขา สามารถปรับตัวให้เข้ากับกลไกของสังคมโดยไม่มีการต้านทาน กลุ่มบุคคลที่สามารถเดินตาม โดยไม่ถูกบังคับ นำไปโดยไม่มีผู้นำเตรียมพร้อมโดยไม่มีเป้าหมายอื่นใดนอกจากการก้าวไปข้างหน้า การก้าวไปก่อนผู้อื่น

          ผลพวงที่ได้จากการยอมรับเงื่อนไขการให้คุณค่าตามระบบทุนนิยมก็คือ มนุษย์แปลกแยกจากธรรมชาติของตัวเองจาก เพื่อนมนุษย์ จากสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ มนุษย์ถูกเปลี่ยนเป็นสินค้าที่จะต้องใช้ชีวิตให้เหมือนกับการลงทุนที่จะต้อง นำกำไรสูงสุดภายใต้เงื่อนไขทางการตลาดที่ ได้ กำหนดไว้ มนุษย์พยายามหาความปลอดภัยในการอยู่กันอย่างใกล้ชิด ในกลุ่มคนที่ไม่มีความแตกต่างทางความคิด ความรู้สึก และการกระทำ ในขณะเดียวกันที่ทุกคนพยายามอยู่ใกล้คนอื่น ให้มากที่สุด แต่ทุกคนก็ มีความรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มั่นคง และกังวลอยู่ลึกๆเนื่องจากไม่สามารถกำจัดความแปลกแยกที่ยัง คงมีอยู่ภายในได้

          อย่างไรก็ตามความเจริญของสังคมได้สร้างเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้คนไม่รู้สึกได้ถึงความโดดเดี่ยวนี้ เครื่องมือเหล่านี้ก็ได้แก่
งานประจำต่างๆ และกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน การที่ผู้คนต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปทำภารกิจทั้งที่เป็นและไม่เป็นงาน ประจำช่วยให้ผู้คนไม่รู้สึกถึงความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ที่เกิดจากความเข้าใจตนเอง และความต้องการที่จะมีชีวิต อยู่ในกลุ่มคนที่ เคารพซึ่งกันและกัน พยายามเข้าใจความแตกต่างของกันและกัน พร้อมที่จะช่วยเหลือและรับผิดชอบ โดยปราศจากผลประโยชน์ตามเงื่อนไขการตลาด

          ผู้คนส่วนใหญ่เอาชนะความรู้สึกโดดเดี่ยว และกังวลลึกๆเหล่านี้ด้วยการหา ความบันเทิงให้แก่ตัวเองในลักษณะต่างๆ เช่น การบริโภคแสงเสียงจากอุตสาหกรรมบันเทิง การสร้างความพึงพอใจให้แก่ ตนเองด้วยการซื้อสินค้าใหม่ๆ และแลกเปลี่ยนมันกับสิ่งอื่นๆต่อๆไป ผู้คนมีความสุขจากการหาความสนุกความสุขที่เกิดจาก การบริโภคสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม บุหรี่ ผู้คน หนังสือ ภาพยนตร์ ดนตรี ฯลฯ ตกเป็นเหยื่อของสื่อมวลชนและการโฆษณา พฤติกรรมของผู้บริโภคใน ระบบทุนนิยมถูกกำหนดให้มุ่งสู่การแลกเปลี่ยน รับ และบริโภคทุกสิ่งทุกอย่างทั้งที่เป็นวัตถุและ ไม่ใช่วัตถุ ทุกสิ่งทุกอย่าง สามารถแลกเปลี่ยนได้โดยผู้บริโภคเองก็ไม่ได้ตระหนักถึงอิทธิพลของปัจจัยรอบๆตัวที่กำหนดพฤติกรรมการบริโภคของตนเอง แต่อย่างใด พฤติกรรมรักการบริโภคเหล่านี้ได้ฝังตัวอยู่ในผู้ คน ทุกแห่ง ทุกสถานที่ในโลก สำหรับหนทางที่ผู้คนจะไม่ตกเป็นเหยื่อของกระแสบริโภคทุนนิยมในสังคมปัจจุบันนั้นเป็นหนทางที่เป็นไปได้ค่อนข้างยาก โดยก่อนอื่นผู้คนอาจจะต้องหันมาตระหนักถึงภาวะการดำเนินชีวิตของตนเองว่ามีการใช้เวลาแรงงานและทรัพยากรอื่นๆ ในการหาความสุขจากการบริโภคอย่างไร และจำเป็นจะต้องใช้สติปัญญาในการบริโภคโดยไม่ให้ความสุขของชีวิต ต้องขึ้น อยู่กับปัจจัยภายนอกที่ต้องหามาเสพและบริโภคเพียงอย่างเดียว การกำหนดเป้าหมายในการดำเนินชีวิตที่มุ่งสร้างสรรค์ชีวิต ที่ดีงามพึ่งตนเองได้ เป็นประโยชน์แก่สังคมนั้นน่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้ผู้คนมีโอกาสหยุดคิด พยายามเข้าใจธรรมชาติ และความต้องการของตนเองที่แท้จริง พยายามเข้าใจและให้ความสำคัญต่อเพื่อนมนุษย์และสิ่งแวดล้อมเท่าเทียมกับตนเอง แล้วจึงกำหนดวิถีชีวิตของตนเองไม่ให้อยู่ในวังวนของกระแสบริโภคทุนนิยม ลดพฤติกรรมตามกระแสบริโภคนิยมลง ลดความต้องการที่จะแข่งขันเพื่อช่วงชิงสิ่งของและทรัพยากรต่างๆ และท้ายที่สุดหากผู้คนในโลกทุนนิยมทั้งในสังคมตะวันตกและตะวันออกได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริโภคอย่างมีสติ รักและเคารพสิทธิของมนุษย์อื่นๆ รักและเคารพ ธรรมชาติแล้ว โลกนี้ก็อาจเปลี่ยนเป็นโลกที่มีสันติสุขและน่าอยู่ขึ้นมากกว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ใช้หลักการของระบบตลาดเสรีเป็นเหตุผลในการกำหนดระเบียบกติกาโลก เพื่อที่จะสามารถครอบครองเทคโนโลยีและวัตถุดิบ ในการผลิตเพื่อสร้างผลกำไรในตลาดโลกของประเทศตนขณะที่ประเทศ กำลังพัฒนาจะต้องเดินตามกระแสดังกล่าวในลักษณะที่ประเทศของตนมีระบบเศรษฐกิจเน้นการบริโภคที่ยังไม่อาจพึ่งตนเอง ได้ดีนัก

อ้างอิง; Love and Disintegration in Contemporary Western Society, Erich Fromm