ข้อควรระวังในการจัดประเภทสารเคมีในการจัดเก็บ

ความปลอดภัยถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในการดำเนินงาน ห้องปฏิบัติการทางเคมี สารเคมีทุกชนิด อาจถือได้ว่า เป็นสารอันตราย สารเคมีที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ มีหลายประเภท ระบบข้อมูล เกี่ยวกับสารอันตราย ในที่ทำงาน ของประเทศแคนาดา แบ่งสารเคมีอันตรายออกเป็น 6 class ได้แก่

class A Compressed gas - แก๊สที่อัดไว้ในภาชนะบรรจุ
class B Flammables and combustible material สารไวไฟ และสารที่ติดไฟได้ ซึ่งได้แก่ flammable gases, flammable liquids, combustible liquids, flammable solids, flammable aerosols และ reactive flammable materials
class C Oxidizing material
class D Poisonous and infectious material ได้แก่ Material causing immediate and serius toxic effects, material causing other toxic effects, biohazardous infectious material
class E Corrosive material
class F Dangerously active material

การจัดเก็บสารเคมีของห้องปฏิบัติการ อย่างปลอดภัย เป็นส่วนหนึ่ง ของความปลอดภัย ของห้องปฏิบัติการ โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 4 ประการ ได้แก่
  1. สิ่งแวดล้อม มีองค์ประกอบ 2 อย่าง คือ สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น การออกแบบห้องสำหรับเก็บ ขนาดและมาตรฐานของห้องเก็บ การแบ่งแยกบริเวณ สำหรับเก็บสารเคมี ชนิดต่าง ๆ และการควบคุมเชิงวิศวกรรม เช่น การระบายอากาศ ภูมิอากาศ การป้องกันอัคคีภัย ระบบความปลอดภัย
  2. วิธีการจัดการในการจัดซื้อ การหมุนเวียนสาร ในการเบิกจ่าย การดูแล และระบบปฏิบัติการฉุกเฉิน
  3. บุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ดูแลการจัดเก็บ ขนส่งแจกจ่าย และผู้ใช้ ซึ่งต้องมีทักษะเกี่ยวกับการป้องกันอันตราย มีความรู้และผ่านการฝึกอบรม มีการกระตุ้นความสนใจ ในความปลอดภัย
  4. ระบบข้อมูล ต้องจัดหาข้อมูล เกี่ยวกับอันตรายของสารแต่ละชนิด ที่มีการจัดเก็บ ฉลากต้องมีสัญลักษณ์เตือนภัย มีการตรวจสอบเฝ้าระวัง แหล่งเก็บรักษา มีระบบการหมุนเวียนพัสดุที่เหมาะสม มีข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องยึดถือและปฏิบัติตาม
ข้อแนะนำการจัดเก็บสารเคมี สำหรับห้องปฏิบัติการ
  1. สถานที่จัดเก็บขึ้นกับประเภท และขนาดของกิจการ อาจแบ่งได้เป็น
    1. ห้องเก็บรักษาส่วนกลาง (storerooms) ห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ ที่ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการย่อย เป็นจำนวนมาก อาจจำเป็นต้องมีห้องเก็บสารเคมี รวมไว้เป็นส่วนกลาง ซึ่งจะทำให้มีการจัดระบบ การจัดซื้อ และการเบิกจ่ายที่เหมาะสม ควรมีการตรวจสอบสารเคมี ที่จัดเก็บรักษาไว้เป็นระยะ ๆ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อนำสารที่มีปัญหา เช่นเสื่อมสภาพ ฉลากหลุด หรือถูกทำลาย ภาชนะรั่ว จุกหรือฝาปิดชำรุด กัดกร่อนออกไปกำจัดอย่างถูกวิธี ต้องดูแลชั้นวาง ที่ใช้จัดวางขวดสารเคมีให้แข็งแรง มั่นคง ไม่ชำรุด เพราะอาจทำให้ขวดสารเคมีที่วางไว้ เลื่อน ล้ม หรือหล่นตกลงบนพื้นได้
    2. ห้องเก็บสาร เพื่อรอการใช้งาน (stockrooms) ต้องจัดการเช่นเดียวกับ storeroom สำหรับตำแหน่งที่ตั้งของ stockroom ไม่ควรอยู่ห่าง จากบริเวณที่จะใช้งานมาก ควรมีการระบายอากาศได้ดี ไม่ควรใช้เป็นห้องเตรียมสารเคมี แต่ควรจัดให้มีบริเวณ ที่ใช้เตรียมสารเคมี แยกไว้โดยเฉพาะ ควรเปิด stockroom ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้หยิบสารเคมี ไปใช้ได้สะดวก และป้องกัน ไม่ให้มีการสะสมสารเคมี ไว้ในห้องปฏิบัติการมากเกินควร ควรจัดการหมุนเวียนสารเคมีใน stockroom อย่างมีประสิทธิภาพ กรณีที่มีการเก็บสาร ที่เปิดภาชนะบรรจุแล้ว อาจต้องจัดหาภาชนะที่เหมาะสม ใส่ซ้อน หรือมีถาดรอง
    3. ห้องปฏิบัติการ (laboratory) การเก็บสารเคมีไว้ในห้องปฏิบัติการ จะต้องคำนึงถึงความสมดุล ระหว่างความสะดวกในการหยิบใช้ กับความปลอดภัย ซึ่งขึ้นกับปัจจัยหลายประการ เช่น ขีดความสามารถ ของผู้ปฏิบัติงาน ระดับความปลอดภัย ที่ออกแบบไว้ สำหรับห้องปฏิบัติการนั้น ๆ ประเภทของงานที่ปฏิบัติ ความยากง่าย ของการเข้าหยิบสารเคมีใน stockroom สารเคมีแต่ละชนิด ที่เก็บในห้องปฏิบัติการ จะต้องระบุตำแหน่งที่แน่นอน เมื่อเลิกใช้แล้ว ต้องนำมาเก็บที่เดิมเสมอ ไม่ควรเก็บสารเคมี ไว้ตามชั้นที่โต๊ะปฏิบัติการ เพราะจะไม่มี การป้องกันสารเคมีจากเปลวไฟ หากไม่ระมัดระวังพอ สารอาจตกจากชั้น ลงมาบนโต๊ะปฏิบัติการ และทำให้เกิดอันตรายได้ ไม่ควรเก็บสารเคมีไว้ในตู้ดูดควัน เพราะทำให้ขัดขวางการไหล ของกระแสอากาศภายในตู้ โดยไม่จำเป็น ควรจัดเก็บในตู้เก็บ ที่มีช่องระบายอากาศ (vented cabinet)
  2.  

  3. วิธีการจัดเก็บและรักษาสารเคมีที่เหมาะสม ซึ่งสามารถสร้างความมั่นใจ ในความปลอดภัยได้ ควรดำเนินการดังนี้
    1. ต้องมีการตรวจสอบ ประเมินอุปกรณ์ที่ใช้ เพื่อความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
    2. ต้องมั่นใจว่าสารเคมี ทุกภาชนะบรรจุ มีฉลากที่ถูกต้องสมบูรณ์ และมีสัญลักษณ์เตือนภัยกำกับ
    3. ต้องศึกษาสมบัติของสารเคมีที่จะเก็บรักษา จากนั้นจึงทำการจัดแบ่ง ประเภทให้ถูกต้อง ต้องมีการตรวจสอบ บริเวณที่เก็บรักษาอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากสารเคมีบางชนิด สลายตัวช้า ๆ ตลอดเวลาการเก็บ อาจต้องมีสภาวะพิเศษ เช่น สารที่มี halomethyl group สลายตัวให้แก๊ส halogen halide เมื่อมีความชื้น หรือสัมผัสกับสนิม ซึ่งหากมีความดันของแก๊สเพิ่มขึ้น ถึงจุดหนึ่ง อาจทำให้ภาชนะบรรจุระเบิดได้
    4. ระวังเป็นพิเศษสำหรับสาร ที่ต้องเก็บแยกจากกันโดยเด็ดขาด โดยป้องกันไม่ให้มีการเก็บสาร ที่อาจทำปฏิกิริยารุนแรง เมื่อสัมผัส หรือผสมกันไว้ด้วยกัน หรือใกล้กัน เช่นสาร cyanides ควรเก็บแยกไว้ต่างหาก อย่างปลอดภัย ไม่ให้มีโอกาสสัมผัสกับกรด
    5. ภาชนะบรรจุสารเคมีที่เก็บรักษา จะต้องมีฉลาดระบุวันที่รับ ผู้สั่งซื้อ ผู้รับผิดชอบการใช้ และเก็บรักษา
    6. ต้องไม่มีสารเคมี ที่ไม่ปรากฏในรายการเก็บรักษา ที่เป็นปัจจุบัน อยู่ในห้องเก็บสารเคมี สารเคมีที่หมดอายุแล้ว ต้องเอาออกจาก บริเวณที่จัดเก็บ เพื่อนำไปกำจัดทิ้งโดยเร็ว
    7. สารเคมีใดที่ไม่ปรากฏว่า มีการซื้อ หรือเบิกจ่ายเป็นเวลานาน ควรตัดออกจารายการ สารเคมีที่เก็บรักษาเพื่อใช้งาน และแยกออก เพื่อกำจัดตามวิธีที่เหมาะสมต่อไป
  4.  

  5. วิธีการจัดเก็บสำหรับสารบางประเภท มีดังนี้
    1. ของเหลวไวไฟ ที่บรรจุภาชนะขนาดใหญ่ ควรจัดหาสถานที่เก็บรวม ซึ่งควรแยกไว้ห่างจากตัวอาคาร ห้องปฏิบัติการ ถ้าต้องเก็บภายในอาคาร ห้องปฏิบัติการ ควรมีห้องเก็บพิเศษ ซึ่งผนังห้องเพดาน ทำด้วยวัสดุที่กันไฟได้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง ประตูห้องเก็บ ต้องเป็นชนิดปิดได้เอง และทำด้วยวัสดุพิเศษ จัดตำแหน่งห้องเก็บ ไว้ให้สามารถดับเพลิง ได้สะดวก ไม่ควรอยู่บริเวณกลางตึก บนหลักคาตึก หรือชั้นใต้ดิน เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม อันตรายจากไฟไหม้ กรณีจัดเก็บสารเคมีไวไฟ ในถังขนาด 55 แกลลอน ควรวางบนชั้นโลหะ ที่ต่อสารดิน ป้องกันการสะสมของไฟฟ้าสถิต ซึ่งอาจทำให้เกิดประกายไฟ และทำให้ของเหลวติดไฟได้ กรณีที่มีแดดส่องถึง จะต้องเปลี่ยนฝาปิด ให้เป็นชนิด ที่ลดความดันภายในได้ เพื่อป้องกันการเกิดความดัน ไอสะสม เป็นปริมาณมาก
    2. สารพิษ และสารอันตราย ควรแยกออกจากสารประเภทอื่น ๆ และเก็บไว้ในที่อุณหภูมิต่ำ มีการระบายอากาศดี ไม่ถูกแสง ความร้อน กรด ตัวออกซิไดส์ หรือความชื้น การจัดเก็บขวดสารเคมีที่เปิดแล้ว ในห้องเก็บสารเคมี จะต้องทำการผนึกอย่างดี และเก็บในที่ซึ่ง มีระบบระบายอากาศ เฉพาะบริเวณ
    3. ปรอทและสารประกอบปรอท ให้เก็บในภาชนะปิดสนิทสองชั้น ภาชนะบรรจุ ควรวางในบริเวณ ที่มีการระบายอากาศดี การถ่ายปรอทออกจากภาชนะ ควรทำให้ hood มีถาดเคลือบ หรือใช้ถาดพลาสติกรองรับ
    4. สารเคมีที่ทำปฏิกิริยารุนแรงกับน้ำ เช่น ทำให้เกิดความร้อน ติดไฟ เกิดแก๊สที่ทำให้เกิดแรงระเบิดได้ ต้องเก็บในสถานที่ ซึ่งสร้างด้วยวัสดุทนไฟ ป้องกันไม่ให้มี การสัมผัสกับน้ำโดยเด็ดขาด
    5. ถังแก๊สควรเก็บรักษาในสถานที่ ซึ่งมีการระบายอากาศดี ห้องเก็บก่อสร้าง ด้วยวัสดุทนไฟ ถังบรรจุแก๊สบางชนิด อาจเก็บไว้ภายนอกอาคารได้ โดยป้องกันจากการกัดกร่อน ของก้นถัง ควรเป็นที่ซึ่ง ปราศจากสารเคมี และไอสารเคมี โดยเฉพาะที่มี ฤทธิ์กัดกร่อนโลหะ ไม่ควรเก็บถังแก๊ส ไว้ใกล้ที่ซึ่งมีการจุดไฟ หรือที่ซึ่งอาจมีสิ่งของน้ำหนักมาก ตกลงมากระทบ หรือชนให้ถังล้มได้ เช่นบริเวณบันได ทางเดิน บริเวณที่เก็บรักษา ควรมีป้ายชื่อ แสดงชนิดแก๊สติดไว้ แต่ละตำแหน่ง ต้องหลีกเลี่ยง การเก็บรักษาถังแก๊สไว้ ในที่ซึ่งมีอุณหภูมิสูง ถ้าต้องเก็บแก๊สหลายชนิด ไว้บริเวณเดียวกัน จะต้องจัดประเภท เช่น แก๊สที่มีสมบัติติดไฟ เป็นพิษ หรือมีฤทธิ์กัดกร่อน ถ้าเป็นไปได้แก๊สที่ติดไฟได้ ควรแยกเก็บไว้ต่างหาก ถังที่มีแก๊สอัดอยู่เต็ม ควรแยกเก็บไม่ปะปน กับถังเปล่า ควรมีการจัดตำแหน่ง ที่วางถังแก๊สให้เหมาะสม เพื่อให้มีการเคลื่อนย้าย ถังแก๊สน้อยที่สุด โดยที่สามารถ ทำให้มีการหมุนเวียนที่ดี ในขณะที่เก็บรักษา และทำการเคลื่อนย้ายถังแก๊ส จะต้องสวมฝาครอบหัวถังแก๊ส ไว้ตลอดเวลา การจัดวางถังแก๊ส ต้องวางในลักษณะตั้ง กรณีที่สงสัยว่า แก๊สที่เก็บไว้ จะมีการรั่ว ห้ามใช้เปลวไฟ ในการทดสอบ แต่ให้ใช้ฟองสบู่ หากพบการรั่ว ต้องรีบดำเนินการ ตามวิธีปฏิบัติที่กำหนดไว้ทันที

การจัดเก็บสารเคมีให้ถูกต้อง ตามหลักวิชาการ เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย การจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธี นอกจากมีผลต่อ คุณภาพการทดสอบแล้ว อาจเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ และสร้างความเสียหายได้ ดังเช่น 2 กรณีต่อไปนี้

  1. มีการเก็บถังบรรจุ diethyl ether ไว้ในห้องปฏิบัติการ ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ และมีอุณหภูมิสูงกว่า 100 ^ ฟ เมื่อผู้ปฏิบัติงาน ต้องการใช้ จึงเปิดฝาถังออก และในขณะที่กำลังใช้มือ บิดเกลียวฝาถังออกนั้นเอง ไอของสารได้ดันออกมา ด้วยความดันสูง ทำให้ฝาถังกระเด็นหลุดมือ และไอสารพลุ่งออกมา ด้วยความเร็วสูง พุ่งไปกระทบผิวหลอดไฟ ที่อยู่บนเพดาน ที่มีความร้อนสูง ทำให้ติดไฟ และระเบิดขึ้นทันที ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ห้องปฏิบัติการ และมีผู้ที่ทำงานในห้องปฏิบัติการนั้น ได้รับบาดเจ็บหลายคน

  2. ห้องปฏิบัติการแห่งหนึ่ง เก็บโซเดียวไฮโปคลอไรท์ ไว้ใกล้กับกรดออกซาลิค ในสถานที่เก็บ ซึ่งมีความชื้นสูง โดยมีไอน้ำกลั่นตัว หยดลงบนพื้นห้อง ทำให้พื้นห้องเปียก ในการตักแบ่งสารครั้งหนึ่ง สารทั้งสองชนิดหกลงบนพื้นห้องซึ่งเปียก เกิดติดไฟ และลุกลามไปยังสารไวไฟที่เก็บไว้บริเวณใกล้เคียง ทำให้ห้องเก็บสารเคมีนั้น ได้รับความเสียหายทั้งห้อง

อัจฉรา พุ่มฉัตร
วารสารกรมวิทยาศาสตร์บริการ