การเพาะเลี้ยงผีเสื้อเพื่อการค้า
ผีเสื้อได้รับการยกย่องว่าเป็นราชินีแห่งแมลงเนื่องด้วยความสวยงามของลวดลายและสีสันบนปีกของมัน ทำให้ในปัจจุบันได้มีการนำมาทำแห้งและบรรจุลงบนกรอบกระจกจนกลายเป็นสินค้าทำเงินส่งไปขายให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ และสามารถเป็นสินค้าส่งออกได้ถ้าหากว่าได้รับหนังสืออนุญาตและการรับรองจากกรมป่าไม้แล้ว และสามารถจัดตั้งเป็นฟาร์มผีเสื้อเพื่อการค้าในเชิงอนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีข้อกำหนดแต่เพียงว่าจะต้องเป็นพันธุ์ที่เพาะขยายพันธุ์ได้ง่าย หาได้มากตามแหล่งธรรมชาติ และต้องไม่เป็นพันธุ์ที่อยู่ใน พรบ. คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้นจึงมีผีเสื้อมากถึง 1,600 ชนิด แต่มีเพียง 20 ชนิดที่ได้รับการเพาะเลี้ยงเพื่อเป็นการค้าเนื่องจากเป็นที่นิยม และที่มีการส่งออกมากที่สุดมี 5 ชนิด คือ ผีเสื้อหนอนใบรักลายเสื้อ, ผีเสื้อหางตุ้มจุดชมพู, ผีเสื้อหนอนใบกุ่มขอบตาลไหม้, ผีเสื้อหนอนมะนาว และผีเสื้อหนอนคูนธรรมดา ประเทศที่ส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ อังกฤษและฝรั่งเศส โดยส่วนใหญ่จะมีราคาตั้งแต่ 12 บาทขึ้นไป บ้างชนิดอาจสูงถึงกว่าหนึ่งแสนบาทขึ้นไป เช่น ผีเสื้อภูฎาน ในปัจจุบันได้มีฟาร์มที่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้แล้ว 13 แห่ง โดยจัดเป็นแหล่งธุรกิจผีเสื้อครบวงจร คือ มีการเพาะเลี้ยง การส่งขายทั้งที่เป็นดักแก้ และผีเสื้อแห้ง นอกจากนี้ยังจัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวได้เข้าไปศึกษาวงจรชีวิตของผีเสื้อด้วย
ถ้าหากท่านสนใจการเพาะเลี้ยงผีเสื้อเพื่อการค้า สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์