ปัจจุบันการแก้ปัญหามลพิษอันเกิดจากการประกอบกิจการโรงงานนิยมทำในเชิงป้องกันหรือลดมลพิษจากแหล่งกำเนิดมากขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้ลดต้นทุนในการกำจัดมลพิษที่ปลายทางแล้ว ยังเป็นการช่วยประหยัดวัตถุดิบ ประหยัดพลังงาน เพิ่มผลผลิต อีกทั้งทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดียิ่งขึ้นด้วย
บทความนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเอกสารเผยแพร่ฉบับย่อ อันเนื่องมาจากการศึกษาวิเคราะห์เทคนิคการลดมลพิษจากแหล่งกำเนิด เพื่อการนำไปใช้สำหรับอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อให้ผู้ประกอบการใช้เป็นแนวทางสำหรับลดมลพิษจากแหล่งกำเนิด จากอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ อีกทั้งสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เป็นแนวทางการกำกับดูและโรงงานและให้คำปรึกษาแนะนำผู้ประกอบกิจการโรงงาน
ช่องทางหรือแหล่งที่จะพิจารณาลดมลพิษของโรงงานอย่างเป็นระบบนั้นสามารถดำเนิการได้หรือปรับเปลี่ยนในส่วนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ การปรับเปลี่ยนในส่วนวัตถุดิบ การปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนกิจกรรมภายในโรงงาน และการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์
การปรับเปลี่ยนวัตถุดิบ
การปรับปรุงระบบการทำงาน หรือการจัดการ เป็นการปรับปรุงขั้นตอนหรือกระบวนการทำงานรวมทั้งประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรเพื่อลดข้อผิดพลาดในการทำงาน อันเป็นสาเหตุของการเกิดของเสียเช่น การปรับปรุงแผนการผลิตให้มีความสอดคล้องสัมพันธ์กันในแต่ละหน่วยการผลิต เพื่อลดข้อผิดพลาดในการผลิต การอบรมเพื่อเพิ่มทักษะในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ช่วยรักษาความ สะอาด รวมถึงการคัดแยกของเสียเพื่อรวบรวมไปกำจัดอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังรวมถึงการจัดทำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสะดวกใน การทำงาน และป้องกันการเกิดข้อผิดพลาดหรืออุบัติเหตุในการทำงานด้วย
เป็นการปรับปรุงในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพื่อหลีกเลี่ยง หรือลดการเกิดสารมลพิษบางอย่างในกระบวนการผลิตเช่น ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจมีภาชนะบรรจุที่ไม่จำเป็นดังตัวอย่างของผงซักฟอกที่มีภาชนะบรรจุเป็นขวดพลาสติก ซึ่งพบว่าในกระบวนการผลิตมีของเสียที่เกิจากขั้นตอนการผลิตขวดพลาสติกดังกล่าวนี้เป็นจำนวนมาก และเป็นของเสียที่บำบัดและกำจัดได้ยาก เช่น เศษพลาสติก แต่ถ้าหากมีการออกแบบภาชนะบรรจุใหม่ ให้เป็นกล่องที่ทำด้วยกระดาษแทนก็จะไม่มีปัญหาในการกำจัดเศษพลาสติกดังกล่าว นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์โดยเปลี่ยนจากที่อยู่ในรูปสารละลายให้อยู่ในรูปเป็นผง หรือเพิ่มความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปสารละลายก็จะทำให้ลดปริมาณการใช้ภาชนะบรรจุลงได้ ซึ่งก็หมายถึงการลดปริมาณของเสียที่กิดจากการผลิตภาชนะบรรจุเหล่านั้นนั่นเอง
ต่อไปนี้จะได้กล่าวถึงตัวอย่าง การประยุกต์ใช้เทคนิคการลดมลพิษตามแนวทางที่กล่าวแล้วนี้ในอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ ซึ่งจะนำประเภทฟอกย้อม-พิมพ์ผ้ามากล่าวโดยสังเขปก่อนดังนี้
อุตสาหกรรมฟอกย้อม-พิมพ์ผ้า
|
การเผาขน |
--> |
ไม่มีการใช้น้ำ |
|
การลอกแป้ง |
--> |
มีการใช้น้ำและมีน้ำเสียเกิดขึ้น |
|
การขจัดสิ่งสกปรกเจือปน |
--> |
มีการใช้น้ำและสารเคมีเช่น สบู่ โซดาไฟ จึงมีน้ำเสียเกิดขึ้น |
|
การฟอกขาว |
--> |
มีการใช้น้ำและสารฟอกขาว มีน้ำเสียเกิดขึ้น |
|
การชุบมัน |
--> |
มีการใช้น้ำและสารเคมี มีน้ำเสียเกิดขึ้น |
จากกระบวนการผลิตและสารเคมีที่ใช้ ทำให้น้ำเสียจากอุตสาหกรรมสิ่งทอประกอบไปด้วย บีโอดี ซีโอดี และสีรวมถึงสารเคมีต่าง ๆ ที่ละลายอยู่ในน้ำ ซึ่งความเข้มข้นจะแปรเปลี่ยนไปตามกระบวนการผลิตที่มีลักษณะเฉพาะของโรงงานแต่ละแห่ง อย่างไรก็ดีโดยทั่ว ๆ ไป น้ำเสียจากอุตสาหกรรมสิ่งทอจะมี บีโอดีอยู่ระหว่าง 100 ถึง 500 มิลลิกรัมต่อลิตร และซีโอดีอยู่ระหว่าง 200 ถึง 2,000 มิลลิกรัมต่อลิตรตามลำดับ ซึ่งปัจจุบันมาตรฐานน้ำทิ้งกำหนดให้น้ำทิ้งจากโรงงานประเภทนี้มีค่าบีโอดีไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อลิตร และซีโอดีไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่วนสีของน้ำทิ้งนั้นต้องไม่เป็นที่พึงรังเกียจ
การกำจัดค่าบีโอดีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่การกำจัดซีโอดีและสีมักเป็นปัญหาทั้งทางด้านเทคนิคและค่าใช้จ่าย เพราะต้องใช้กระบวนการบำบัดหลายขั้นตอน ทั้งทางเคมี ทางชีวภาพ และทางกายภาพเคมี ผสมผสานกันจึงจะได้ผลออกมาเป็นที่ยอมรับได้ จึงทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่สูงมากซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยรวม
เทคนิคการลดมลพิษจากแหล่งกำเนิดสำหรับโรงงานขนาดย่อมและขนาดกลาง
ศึกษา วิเคราะห์และเผยแพร่โดย นายสาโรจน์ ปาสาทิกา
ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มที่ปรึกษา
กรมโรงงานอุตสาหกรรม โทร. 202-4210, 202-4237