Venture Capital หนึ่งในกลไกพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคของไต้หวันโชคดี แก้วแสง ไต้หวันได้กำหนดเป้าหมายไว้ว่าภายในปี 2553 ไต้หวันจะต้องเป็น "เกาะแห่งเทคโนโลยี (Island of Technology)" ให้ได้ และเครื่องมือหรือ กลไกอันหนึ่งที่ไต้หวันใช้เป็นตัวผลักดัน ก็คือ Venture Capital นั่นเอง ผมเขียนบทความนี้ขณะเข้าร่วมประชุมเรื่อง Venture Capital ที่กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน ซึ่งการประชุมมีขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2542 คิดว่ามีประเด็นที่น่าสนใจ ในหลายเรื่องด้วยกัน ถ้ามีโอกาสจะนำมาทะยอยเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป สำหรับเรื่องที่อยากจะนำมากล่าวถึงในวันนี้ คือ บทบาทของ Venture Capital กับการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคของไต้หวัน พูดถึง Venture Capital คงไม่ใช่เรื่องใหม่ ในบ้านเรามีมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ขณะนี้เริ่มฮิตอีกครั้งหนึ่ง เมื่อรัฐบาลมีนโยบายเข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม แต่สำหรับในไต้หวันนั้น Venture Capital ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาอุตสาหกรรม ที่ใช้เทคโนโลยีสูง คำว่าอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง หรือไฮเทคนั้นความหมายค่อนข้างกว้าง แต่กรณีของไต้หวัน เน้นที่อุตสาหกรรม 2 กลุ่มหลัก คือ ไอที กับอิเล็กทรอนิกส์ ทั้ง 2 อุตสาหกรรมนี้ มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวันมาก อัตราการเติบโตอยู่ในระดับสูงกว่า 20% มูลค่าการผลิตในปี 2541 ประมาณ 53,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอันดับสามของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ถามว่าทำไม Venture Capital ถึงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม และหลายประเทศพยายามสร้างขึ้นมา ผู้อ่านบางท่านอาจนึกภาพไม่ออก ถ้าเราจะแบ่งยุคการพัฒนาอุตสาหกรรม เป็นช่วงๆ ขณะนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Knowledge-based หรือ Technology-based Economy ซึ่งขับเคลื่อนโดยมัน สมองของนักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์คิดค้นทั้งหลาย ผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนา อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่บุคคลเหล่านี้มี คือ ความคิด คือความรู้ คือเทคโนโลยีในตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจเรียกรวมๆ ว่า Intangible assets เป็นทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ แต่มีคุณค่ามหาศาล หากนำมาพัฒนา ในเชิงธุรกิจหรือในเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม หากให้บุคคลเหล่านี้ทำธุรกิจเอง โดยให้เดินไปขอกู้เงินจากธนาคาร โดยไม่มีสินทรัพย์ที่จับต้องได้ค้ำประกัน เช่น ที่ดิน หรืออาคาร ไม่มี Cash flow ไปแสดง รวมทั้งไม่มี Background ในการทำธุรกิจมาก่อนเลย เชื่อว่าไม่มีธนาคารไหนให้กู้ ดังนั้นสิ่งที่บุคคลเหล่านี้ขาด คือ ความรู้ในการประกอบการและเงินทุน ซึ่ง Venture Capital จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในส่วนนี้ โดยจะเข้าถือหุ้นในกิจการเพื่อสนับสนุน ด้านเงินทุนเริ่มต้น รวมทั้งช่วยในการบริหารกิจการหรือช่วยเป็นพี่เลี้ยงไประยะหนึ่ง จนกว่ากิจการจะตั้งตัวได้ จากนั้นจึงค่อยถอนตัวออกมา ปล่อยให้กิจการดำเนิน ต่อไปด้วยตัวเอง Venture Capital ที่มีชื่อเสียงจะมีทีมงานบริหารระดับมืออาชีพที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำแก่ธุรกิจได้เป็นอย่างดี ธุรกิจหลายธุรกิจในย่าน "Silicon Valley" ในสหรัฐอเมริกา ก็มีการดำเนินงานในลักษณะนี้ หรือถ้าถอยกลับไปดูประวัติศาสตร์ บริษัทที่มีชื่อเสียงหลายบริษัทในสหรัฐเมริกา เช่น อินเทล ไมโครซอฟท์ แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ ล้วนแต่ได้รับการสนับสนุนจาก Venture Capital มาก่อนทั้งสิ้น บริษัท Venture Capital จึงเปรียบเสมือน "ผู้ให้กำเนิด" บริษัทหรือธุรกิจใหม่ๆ และช่วยประคบประหงมจนกว่าจะเลี้ยงดูตัวเองได้ รัฐบาลไต้หวันจึงให้ ความสำคัญกับการพัฒนา Venture Capital มาก จากสถิติในปัจจุบันไต้หวันมีบริษัท Venture Capital ทั้งสิ้นประมาณ 121 บริษัท เงินทุนรวมประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ อาจกล่าวได้ว่าเป็นประเทศ ที่ประสบผลสำเร็จในเรื่อง Venture Capital มากที่สุดในเอเชีย แหล่งเงินทุนของบริษัท Venture Capital เหล่านี้ 88% มาจากภาคเอกชนในประเทศ 8% เป็นเงินทุนจากต่างประเทศ ส่วนเงินทุนจากภาครัฐบาลมีเพียง 4% เท่านั้น ถ้าดูในด้านการลงทุนพบว่า 76% เป็นการลงทุนในกิจการในประเทศไต้หวันเอง ส่วนที่เหลือ 24% เป็นการออกไปลงทุนในต่างประเทศ ประเด็นที่สำคัญ คือ อุตสาหกรรมในประเทศที Venture Capital ลงทุนนั้น 80% เป็นอุตสาหกรรมประเภทไฮเทค คือ ไอที และอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนที่เหลือ 20% เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นๆ สาเหตุที่บริษัท Venture Capital ต้องลงทุนใน อุตสาหกรรมไอเทคเป็นหลักนั้น เนื่องจากเป็นนโยบายที่กำหนดไว้ชัดเจนโดยรัฐบาล อย่างไรก็ตามรัฐบาลเพียงแต่ กำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายเท่านั้น มิได้ลงลึกถึงขั้นโครงการ โดยจะปล่อยให้เป็น หน้าที่ของทีมผู้บริหารของบริษัท Venture Capital แต่ละบริษัทเองที่จะตัดสินใจในระดับ โครงการ ถึงตรงนี้อาจมีคำถามว่าเพียงแค่ Venture Capital ใส่เงินลงไปจะทำให้ไต้หวันกลายเป็น เมืองอุตสาหกรรมไฮเทคขึ้นมาเลยทันทีหรืออย่างไร คำตอบคงไม่ใช่ การพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมไฮเทคต้องอาศัยหลายปัจจัย ทั้งในเรื่องคุณภาพของคน สาธารณูปโภค การรับเทคโนโลยีจากต่างประเทศ การวิจัยและพัฒนา ฯลฯ สิ่งเหล่านี้รัฐบาลไต้หวันได้ให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะในเรื่องพัฒนาคนในระดับกลางที่มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีเฉพาะด้าน อย่างไรก็ตามบทบาทและความสำคัญของ Venture Capital อยู่ที่การเป็นผู้สร้างธุรกิจ สร้างผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นทรัพยากร หรือสินทรัพย์ที่สำคัญในการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ ในสถานการณ์ที่การแข่งขันในตลาดโลกนับวันจะรุนแรงยิ่งขึ้น ภาคเอกชนที่เข้มแข็ง และนักธุรกิจที่มีความสามารถเท่านั้นที่จะอยู่รอดได้ |