มอก. 18000

โดย คุณสุรชัย วิวัจนสิรินทร์
บริษัท ปิโตรเคมีแห่งชาติ (มหาชน) จำกัด

มาตรฐานสากลที่มีการตื่นตัวและก่อให้เกิดการจัดการองค์กรเพื่อขอการรับรองโดยเร็วที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันเห็นจะไม่พ้นมาตรฐาน ISO และที่เป็นที่รู้จักกันดีได้แก่ ISO 9000 (มาตรฐานการจัดการด้านคุณภาพ) และ ISO 14000 (มาตรฐานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม) และมาตรฐานตัวต่อไปที่จะประกาศใช้คือ ISO 18000 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย แต่เนื่องจากแต่ละองค์กรที่จัดทำระบบ ISO 9000 และ ISO 14000 พบว่ามีความยุ่งยากพอสมควรในการดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรฐานและเป้าหมายขององค์กร ดังนั้น ISO จึงได้ชะลอการประกาศใช้ ISO 18000 พร้อมทั้งดำเนินการรวม (Integrate) ISO 9000 และ ISO 14000 เสียก่อน แต่เนื่องจากประเทศไทยได้เห็นความสำคัญของมาตรฐานนี้จึงได้ดำเนินการประกาศใช้โดยพิจารณาจาก ISO 18000 ฉบับร่าง มาเป็น มอก. 18000

แนวความคิดของ มอก. 18000 คือการให้พิจารณาความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัยหรืออาชีว อนามัยจากทุกกิจกรรมขององค์กร กำหนดลำดับความเสี่ยง และกำหนดการบริหารความเสี่ยงจากลำดับที่ได้ โดยกำหนดเป็นแผนงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย มีเป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ และวิธีการที่แน่นอน ขั้นตอนการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน สามารถแบ่งได้เป็น 6 ขั้นตอน คือ

      1. การทบทวนสถานะเบื้องต้น เพื่อต้องการทราบส่วนที่ยังมิได้ดำเนินการตามกฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ทราบประสิทธิภาพและประสิทธิผลของทรัพยากรที่มี ทราบแนวทางดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่มี และทราบข้อปฏิบัติหรือการดำเนินงานของธุรกิจเดียวกัน (Best Practice)
      2. นโยบายอาชีวอนามัยและความปลอดภัย องค์กรจะต้องกำหนดนโยบายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อแสดงความมุ่งมั่นและทิศทางขององค์กรจากผู้บริหารสูงสุด
      3. การวางแผน โดยเริ่มจากการกำหนดรายการอาชีพ (ตำแหน่ง) กำหนดรายการงานในแต่ละอาชีพ ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย/อาชีวอนามัยทีละรายการงาน การลำดับความสำคัญของความเสี่ยง และการกำหนดแผนการจัดการเพื่อลดความเสี่ยงในแต่ละกรณี อนึ่งในการประเมินความเสี่ยงนั้นจะต้องพิจารณาด้านกฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่ได้ประกาศใช้ด้วย
      4. การนำไปใช้และการปฏิบัติ จะต้องกำหนดโครงสร้างและหน้าที่รับผิดชอบ แต่งตั้งตัวแทนฝ่ายบริหารเพื่อจัดทำและดูแลระบบ ฝึกอบรมและสร้างจิตสำนึกให้กับพนักงาน การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกองค์กร การมีเอกสารระเบียบวิธีการปฏิบัติและการควบคุมเอกสารเหล่านั้น การควบคุมการจัดซื้อและจัดจ้างอุปกรณ์ เครื่องมือหรือเครื่องจักรเพื่อควบคุมอันตรายจากการนำไปใช้งาน เช่น การกำหนดให้มีข้อมูลสารเคมีอันตราย การติดป้ายแสดง เป็นต้น การเตรียมความพร้อมต่อกรณีฉุกเฉินโดยเฉพาะการจัดทำ ซ้อม และปรับปรุงแผนฉุกเฉิน การเตือนอันตราย
      5. การตรวจสอบและแก้ไข จะต้องมีการติดตามตรวจสอบและวัดผลการปฏิบัติงาน เครื่องมือที่ใช้วัดต้องผ่านการสอบเทียบ มีการตรวจประเมินภายใน (Internal Audit) มีการแก้ไขและป้องกันสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด และมีการจัดทำ/เก็บ/ทำลายบันทึกการดำเนินงาน
      6. การทบทวนการจัดการ เพื่อให้ผู้บริหารได้รับทราบและพิจารณาผลการดำเนินการของระบบ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางแก้ไขปรับปรุงระบบให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

จะเห็นว่าแนวทางดำเนินการ มอก. 18000 นั้น มีแนวทางเช่นเดียวกับ ISO 14000 และ ISO 9000;2000 เพียงแต่เปลี่ยนมุมมองเป็นด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ดังนั้นจึงเป็นการง่ายต่อการนำไปปฏิบัติของโรงงานที่ผ่านการรับรอง ISO 14000 หรือ ISO 9000 แล้ว