SMEs จักรกลสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศ

     ในประสบการณ์ของหลายๆ ประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคงได้ให้ความสำคัญต่อการสนับสนุน และวางแนวทางพัฒนา SMEs ให้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง เพราะ ทราบถึงความสำคัญของ SMEs ในการที่เป็นแหล่งรองรับแรงงานจำนวนมาก เป็นแหล่งสร้างมูลค่าเพิ่มของทรัพยากรให้กับระบบเศรษฐกิจ และมีการปรับตัวต่อการผันผวนทางเศรษฐกิจได้ดีกว่าธุรกิจขนาดใหญ่      แม้ว่าในปัจจุบัน การผลิตภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ร้อยละ 98 เป็น SMEs และรองรับแรงงานได้ถึงร้อยละ 85-90 ของประชากรทั้งประเทศ แต่ในอดีตรัฐกลับมุ่งเน้นและให้ความสนใจในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มากกว่า ดังจะเห็นได้จากแผนพัฒนาฉบับต่างๆ ทำให้ SMEs ของไทยต้องประสบกับข้อจำกัดหลายๆ ด้าน อาทิ การเข้าถึงและการจัดสรรเงินทุนและทรัพยากร การไม่สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากขาดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการขาดการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการแข่งขัน      ปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จและความก้าวหน้าของ SMEs ในอนาคต จะขึ้นอยู่กับความชำนาญของพนักงานในองค์กร ทั้งในด้านการบริหารและวิชาชีพ ความก้าวทันต่อเทคโนโลยี และการได้รับข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยและรวดเร็ว ดังนั้นในบางประเทศดังเช่นกรณีของไต้หวัน ภาครัฐได้จัดสรรงบประมาณจำนวนมากในการสร้างปัจจัยดังกล่าว โดยคัดเลือกและบ่มเพาะบุคลากรที่มีความชำนาญในการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ศูนย์ข่าวสารข้อมูลต่างๆ และศูนย์การวิจัยและพัฒนาให้มาอยู่รวมกัน พร้อมทั้งให้การสนับสนุนด้านเงินทุนทั้งทางด้านการลงทุนและการวิจัย แต่ในบางประเทศที่รัฐขาดวิสัยทัศน์ที่ไกล ผู้ประกอบการ SMEs ต้องรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรองและอำนาจการแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ อันเป็นแนวทางที่ทั่วโลกต่างยอมรับในศักยภาพของการพัฒนาเพื่อความอยู่รอด แต่สำหรับประเทศไทยการรวมกลุ่มยังมีอุปสรรคอยู่มาก เช่น จากทัศนคติ ความปิดกั้นตนเอง และการหวงแหนความรู้และประสบการณ์      ดังนั้นในการพัฒนา SMEs ของไทยให้แข็งแกร่งจึงต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐเป็นอย่างมาก ทั้งการสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีวิสัยทัศน์ ทัศนคติ และความคล่องตัวที่พร้อมจะรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วอันเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา ผู้ประกอบการ การจัดฝึกอบรมให้คำปรึกษาแนะนำข้อมูลข่าวสาร จัดทำและเผยแพร่งานวิจัยพัฒนาที่สอดคล้องกับการพัฒนาการของ SMEs ตลอดจนให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาทิ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี มาตรฐานการผลิตสากล ISO 9000 และ ISO 14000 ระบบการผลิตและจัดการแบบ TQM และ JIT เป็นต้น     แม้ว่าในขณะนี้จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนา SMEs อยู่มากไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐ หรือสถาบันเพื่อการพัฒนาต่างๆ ได้พยายามหาทางผลักดันให้ SMEs กลายเป็นกลไกฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ แต่ทั้งหมดนี้ความสำเร็จจะเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ก็ย่อมขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันของบุคคลทุกฝ่าย