คุณสุรชัย วิวัจนสิรินทร์
บริษัท ปิโตรเคมีแห่งชาติ (มหาชน) จำกัด
Social Accountability 8000 (SA 8000) เป็นมาตรฐานระหว่างประเทศในเรื่องความรับผิดชอบทางสังคมสำหรับหน่วยผลิตต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดมาตรฐานการจ้างแรงงานให้สอดคล้องกันทั่วโลก โดยมีที่มาจากปัญหาการจ้างแรงงานอย่างไม่เป็นธรรมในภูมิภาคต่างๆ ของโลก มีการกดขี่แรงงาน การใช้แรงงานเด็ก สตรี หรือ สภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย เป็นต้น โดยลักษณะของมาตรฐาน ถ้าคุ้นเคยกับระบบคุณภาพ ISO 9002 หรือ ISO 14001 ดี จะพบว่ามาตรฐาน SA 8000 จะกำหนดเป็นระบบการจัดการ โดยเน้นการปรับปรุงสภาพการจ้างงานและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน SA 8000 เกิดขึ้นช่วงต้นปี 1997 โดยองค์กรชื่อ The Council on Economic Priorities Accreditation Agency (CEPAA) โดยสืบเนื่องจากตั้งแต่ต้นปี 1990 มีปัญหาเกี่ยวกับการจ้างแรงงาน ฉะนั้นกลุ่มบริษัทในอเมริกาและยุโรปตะวันตก จึงเสนอให้กำหนดมาตรฐานการจ้างแรงงานในกลุ่มขั้น (Code of Conduct) หลังจากนั้น CEPAA จึงยกร่างมาตาฐานนี้ขึ้น
ตัวมาตรฐานกำหนดการดำเนินการจัดระบบการจัดการอยู่บนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนโดยมีอ้างอิงจากหลักเกณฑ์และข้อกำหนดด้านแรงงาน อันได้แก่ อนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO Convention) เป็นบรรทัดฐานโดยเฉพาะในเรื่องการใช้แรงงานเด็กและในเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยจะแบ่งเป็น 9 หัวข้อและมีเนื้อหาในข้อกำหนดที่สำคัญ ดังนี้
ใครควรจัดทำระบบ SA 8000 บ้าง
เนื่องด้วยการจัดระบบการจัดการตามมาตรฐาน SA 8000 พิจารณาจัดทำอิงจากมาตรฐานของ International Organization for Standardization (ISO) เป็นหลัก ฉะนั้นจึงสามารถจัดทำระบบควบคู่ไปกับระบบ ISO 9000 หรือ ISO 14000 ได้ เจ้าของมาตรฐานคือ CEPAA ยืนยันว่ามาตรฐาน SA 8000 สามารถใช้ได้กับทุกองค์กร แต่ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า ผู้ที่ควรจัดทำระบบการจัดการตามมาตรฐานฉบับนี้ และขอการรับรองควรจะเป็น
- อุตสาหกรรมผลิตที่ใช้แรงงานจำนวนมาก และส่งออกในตลาดอเมริกาหรือยุโรปเหนือ อันได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ ของเล่น ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ และอุตสาหกรรมผลิตรองเท้า
- บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนส่งให้กับอุตสาหกรรมในข้อ 1
- เกษตรกรรมส่งออกในตลาดอเมริกาและยุโรปเหนือ
ประโยชน์ที่ได้จากการจัดทำระบบ SA 8000