วิสัยทัศน์รัฐบาลไทยต่อการผลิตระดับมาตรฐานโลก

(บทความจากปาฐกถาพิเศษโดย ฯพณฯ วุฒิชัย สงวนวงศ์ชัย รมช. กระทรวงอุตสาหกรรม)องค์การการค้าโลก มุ่งเน้นให้การค้าสากลเป็นไปอย่างไร้พรมแดน มีความโปร่งใส และแข่งขันกันอย่างเสรี โดยอยู่บนพื้นฐานความชอบธรรม จึงได้กำหนดข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับกติกาสากลด้านมาตรฐาน 2 ฉบับ คือ

  1. ความตกลงด้านอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (Technical Barriers to Trade-TBT) ซึ่งมีขอบข่ายครอบคลุมทั้งสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร ยกเว้นด้านสุขอนามัย
  2. ความตกลงด้านมาตรการสุขอนามัยของคน สัตว์ และพืช (Sanitary and Phytosanitary Measures-SPS) ซึ่งมีขอบข่ายครอบคลุมสุขอนามัยด้านอาหาร คน สัตว์ และพืช

กติกาสากลด้านมาตรฐาน องค์การการค้าโลก ได้กำหนดกติกาด้านมาตรฐาน ให้สมาชิกปฏิบัติ ดังนี้

  1. ใช้มาตรฐานสากล
  2. มีความโปร่งใส
  3. ปฏิบัติเสมอภาค
  4. ยอมรับผลตรวจสอบรับรองซึ่งกันและกัน

การบังคับมาตรฐานที่ถือว่า “ชอบธรรม” จะต้องกระทำเพื่อ

  1. ความปลอดภัย
  2. สุขอนามัย
  3. การรักษาสิ่งแวดล้อม
  4. การคุ้มครองผู้บริโภค
  5. ความมั่นคงของประเทศ

ดังนั้นการบังคับมาตรฐานของประเทศสมาชิกจะต้องอยู่ในกรอบที่กล่าวมาทุกกรณี จึงจะถือว่าเป็นการบังคับที่ชอบธรรม ตามความตกลง TBT และ SPS ความสัมพันธ์ขององค์การการค้าโลกกับองค์กรมาตรฐานสากลตามกรอบการตกลงทั้ง 2 ฉบับ กำหนดให้ประเทศสมาชิกใช้มาตรฐานสากล ปัจจุบันมาตรฐานขององค์กรสากลที่มีบทบาทเกี่ยวพันธ์กับการตกลงขององค์การการค้าโลกมี 3 ประเภท ได้แก่

  1. มาตรฐาน ISO ซึ่งมีขอบข่ายครอบคลุมทุกสาขา ยกเว้น ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร
  2. มาตรฐาน IEC (International Electrotechnical Commission) มีขอบข่ายครอบคลุมเฉพาะไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์
  3. มาตรฐาน CODEX (Codex Alimentarius-Food Code) ซึ่งเป็นโครงการร่วมด้านมาตรฐานเฉพาะด้านอาหารของ FAO และ WTO

ประเทศไทยโดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้เป็นสมาชิกของทั้ง 3 องค์กร และรับมาตรฐานของทั้ง 3 องค์กรมาใช้เป็นมาตรฐานของประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการผลิตของภาคเอกชน เพื่อการแข่งขันในเวทีโลกเงื่อนไขทางการค้าทุกประเทศสมาชิกขององค์การการค้าโลกต้องปฏิบัติการตามกรอบ กติกา ของความตกลง TBT และ SPS รวมทั้งประเทศไทย มาตรฐานจึงได้กลายเป็นเงื่อนไขที่สำคัญทางการค้า ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนการรักษาหรือขยายตลาด หรือเป็นอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าได้เช่นกัน หากภาคเอกชนไม่เตรียมตัวให้พร้อมเงื่อนไขทางการค้าด้านมาตรฐานที่เด่นชัดในปัจจุบันและอนาคต สรุปได้ดังนี้

  1. ด้านคุณภาพ ISO 9000 จะเป็นเงื่อนไขหลักในการให้หลักประกันด้านคุณภาพ
  2. ด้านสุขอนามัย ระบบสุขอนามัยหรือ HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Point) จะเป็นเงื่อนไขสำคัญด้านความปลอดภัยของสินค้าด้านอาหาร
  3. ด้านสิ่งแวดล้อม มีเงื่อนไข 3 ส่วนคือ
    • ระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System) หรือ ISO 14000
    • ฉลากสิ่งแวดล้อม (Eco-Label) เพื่อแสดงว่าสินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ฉลากเขียวของประเทศไทย
    • การรับรองการจัดการป่า (Sustainable Forestry Management System) เพื่อแสดงว่าวัตถุดิบมาจากป่าที่มีการปลูกป่าทดแทน เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องเรือน ผลิตภัณฑ์กระดาษ สำหรับประเทศไทยได้เตรียมเร่งกำหนดมาตรฐาน มอก. 14061
  4. ด้านแรงงาน ส่วนที่จะเกี่ยวข้องกับมาตรฐานคือ อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของคนงาน (Occupational Health and Safety –OHS) ประเทศไทยได้ประกาศมาตรฐาน มอก. 18001
  5. ด้านการทดสอบ การได้รับการรับรองของห้องทดสอบภาคเอกชน ตามมาตรฐาน ISO/IEC Guide 25 เป็นหลักประกันให้ประเทศคู่ค้ายอมรับผลการทดสอบ

การนำระบบมาตรฐานสากลมาใช้นอกจากช่วยให้ผู้ส่งออกมีระบบการจัดการที่ดี ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนแล้ว ยังสร้างบุคลากรให้มีระเบียบวินัย ทำงานอย่างเป็นระบบ มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ทำงานเป็นทีมและประสานงานที่ดี