วิสัยทัศน์รัฐบาลไทยต่อการผลิตระดับมาตรฐานโลก
(บทความจากปาฐกถาพิเศษโดย ฯพณฯ วุฒิชัย สงวนวงศ์ชัย รมช. กระทรวงอุตสาหกรรม)องค์การการค้าโลก มุ่งเน้นให้การค้าสากลเป็นไปอย่างไร้พรมแดน มีความโปร่งใส และแข่งขันกันอย่างเสรี โดยอยู่บนพื้นฐานความชอบธรรม จึงได้กำหนดข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับกติกาสากลด้านมาตรฐาน 2 ฉบับ คือ
- ความตกลงด้านอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (Technical Barriers to Trade-TBT) ซึ่งมีขอบข่ายครอบคลุมทั้งสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร ยกเว้นด้านสุขอนามัย
- ความตกลงด้านมาตรการสุขอนามัยของคน สัตว์ และพืช (Sanitary and Phytosanitary Measures-SPS) ซึ่งมีขอบข่ายครอบคลุมสุขอนามัยด้านอาหาร คน สัตว์ และพืช
กติกาสากลด้านมาตรฐาน องค์การการค้าโลก ได้กำหนดกติกาด้านมาตรฐาน ให้สมาชิกปฏิบัติ ดังนี้
- ใช้มาตรฐานสากล
- มีความโปร่งใส
- ปฏิบัติเสมอภาค
- ยอมรับผลตรวจสอบรับรองซึ่งกันและกัน
การบังคับมาตรฐานที่ถือว่า ชอบธรรม จะต้องกระทำเพื่อ
- ความปลอดภัย
- สุขอนามัย
- การรักษาสิ่งแวดล้อม
- การคุ้มครองผู้บริโภค
- ความมั่นคงของประเทศ
ดังนั้นการบังคับมาตรฐานของประเทศสมาชิกจะต้องอยู่ในกรอบที่กล่าวมาทุกกรณี จึงจะถือว่าเป็นการบังคับที่ชอบธรรม ตามความตกลง TBT และ SPS ความสัมพันธ์ขององค์การการค้าโลกกับองค์กรมาตรฐานสากลตามกรอบการตกลงทั้ง 2 ฉบับ กำหนดให้ประเทศสมาชิกใช้มาตรฐานสากล ปัจจุบันมาตรฐานขององค์กรสากลที่มีบทบาทเกี่ยวพันธ์กับการตกลงขององค์การการค้าโลกมี 3 ประเภท ได้แก่
- มาตรฐาน ISO ซึ่งมีขอบข่ายครอบคลุมทุกสาขา ยกเว้น ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร
- มาตรฐาน IEC (International Electrotechnical Commission) มีขอบข่ายครอบคลุมเฉพาะไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์
- มาตรฐาน CODEX (Codex Alimentarius-Food Code) ซึ่งเป็นโครงการร่วมด้านมาตรฐานเฉพาะด้านอาหารของ FAO และ WTO
ประเทศไทยโดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้เป็นสมาชิกของทั้ง 3 องค์กร และรับมาตรฐานของทั้ง 3 องค์กรมาใช้เป็นมาตรฐานของประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการผลิตของภาคเอกชน เพื่อการแข่งขันในเวทีโลกเงื่อนไขทางการค้าทุกประเทศสมาชิกขององค์การการค้าโลกต้องปฏิบัติการตามกรอบ กติกา ของความตกลง TBT และ SPS รวมทั้งประเทศไทย มาตรฐานจึงได้กลายเป็นเงื่อนไขที่สำคัญทางการค้า ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนการรักษาหรือขยายตลาด หรือเป็นอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าได้เช่นกัน หากภาคเอกชนไม่เตรียมตัวให้พร้อมเงื่อนไขทางการค้าด้านมาตรฐานที่เด่นชัดในปัจจุบันและอนาคต สรุปได้ดังนี้
- ด้านคุณภาพ ISO 9000 จะเป็นเงื่อนไขหลักในการให้หลักประกันด้านคุณภาพ
- ด้านสุขอนามัย ระบบสุขอนามัยหรือ HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Point) จะเป็นเงื่อนไขสำคัญด้านความปลอดภัยของสินค้าด้านอาหาร
- ด้านสิ่งแวดล้อม มีเงื่อนไข 3 ส่วนคือ
- ระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System) หรือ ISO 14000
- ฉลากสิ่งแวดล้อม (Eco-Label) เพื่อแสดงว่าสินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ฉลากเขียวของประเทศไทย
- การรับรองการจัดการป่า (Sustainable Forestry Management System) เพื่อแสดงว่าวัตถุดิบมาจากป่าที่มีการปลูกป่าทดแทน เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องเรือน ผลิตภัณฑ์กระดาษ สำหรับประเทศไทยได้เตรียมเร่งกำหนดมาตรฐาน มอก. 14061
- ด้านแรงงาน ส่วนที่จะเกี่ยวข้องกับมาตรฐานคือ อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของคนงาน (Occupational Health and Safety OHS) ประเทศไทยได้ประกาศมาตรฐาน มอก. 18001
- ด้านการทดสอบ การได้รับการรับรองของห้องทดสอบภาคเอกชน ตามมาตรฐาน ISO/IEC Guide 25 เป็นหลักประกันให้ประเทศคู่ค้ายอมรับผลการทดสอบ
การนำระบบมาตรฐานสากลมาใช้นอกจากช่วยให้ผู้ส่งออกมีระบบการจัดการที่ดี ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนแล้ว ยังสร้างบุคลากรให้มีระเบียบวินัย ทำงานอย่างเป็นระบบ มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ทำงานเป็นทีมและประสานงานที่ดี