GSP: ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป

 

1.GSP คืออะไร

GSP เป็นชื่อย่อของ Generalized System of Preferences หมายถึง ระบบการให้สิทธิ พิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไปที่ประเทศที่พัฒนาแล้วให้แก่สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดใน ประเทศที่กำลังพัฒนา โดยลดหย่อนหรือยกเว้นอากรขาเข้าแก่สินค้าที่มีอยู่ในข่ายได้รับสิทธิ พิเศษทางการค้าทั้งนี้ประเทศผู้ให้สิทธิพิเศษฯ จะเป็นผู้ให้แต่เพียงฝ่ายเดียวไม่หวังผลตอบ แทนใดๆทั้งสิ้น

2.ความเป็นมาของระบบ GSP

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เศรษฐกิจโลกประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ความเสียเปรียบใน การแข่งขันของสินค้าจากประเทศที่กำลังพัฒนาเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ ส่วนรวม แนวความคิดเกี่ยวกับระบบ GSP จึงเกิดขึ้นในคราวประชุมขององค์การสหประชาชาติ ว่าด้วยการค้าและการพัฒนาสมัยที่ 1 ที่นครเจนีวา เมื่อปี 2507 มีความมุ่งหมายเพื่อที่จะยก ระดับฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนา โดยการมีรายได้จากการค้าแทนที่จะได้รับ ในรูปของเงินช่วยเหลือ เพราะ UNCTAD ได้ศึกษาและพบว่า ปัญหาที่สำคัญของประเทศกำลัง พัฒนาในการ พัฒนาเศรษฐกิจคือ ความเสียเปรียบทางด้านการแข่งขันทางการค้ากับประเทศ คู่แข่งที่เป็นประเทศ พัฒนาแล้ว รายได้ที่เกิดจากการส่งออกของประเทศที่กำลังพัฒนาจะถูก หมุนเวียนนำกลับไปโดยการซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคจากประเทศที่พัฒนาแล้ว วิธีการช่วย เหลือทางการค้าได้แก่ การที่ประเทศพัฒนาแล้วช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้า โดยลดหย่อนภาษีขาเข้าแก่สินค้าที่นำเข้าจากประเทศกำลังพัฒนาจึงเป็นสิ่งจำเป็นดังนั้น ในการประชุมUNCTAD สมัยที่ 2 ณ กรุงนิวเดลฮี ประเทศอินเดีย เมื่อต้นปี 2511 ที่ประชุม จึงมีมติยอมรับระบบ GSP โดยในปัจจุบันมีประเทศพัฒนาแล้วเข้าร่วมโครงการ รวม 28 ประเทศ

ประเทศ

วันที่เริ่มให้ GSP

 

ออสเตรเลีย

1 กรกฎาคม 2509

 

กลุ่มสหภาพยุโรป (15 ประเทศ)

1 กรกฎาคม 2514

 

ญี่ปุ่น

1 สิงหาคม 2514

 

นิวซีแลนด์

1 มกราคม 2515

 

แคนาดา

1 กรกฎาคม 2517

 

สหรัฐอเมริกา

1 มกราคม 2519

 

สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA)
นอร์เวย์
สวิตเซอร์แลนด์

-
1 ตุลาคม 2514
1 มีนาคม 2515

 

สังคมนิยมยุโรปตะวันออก
รัสเซีย
ฮังการี
บัลกาเรีย
สาธารณรัฐเชคและสโลวาเกีย
โปแลนด์

-
1 มกราคม 2508
1 มกราคม 2515
1 เมษายน 2515
28 กุมภาพันธ์ 2515
1 มกราคม 2519

3.วัตถุประสงค์ของ GSP

  • เพื่อเพิ่มรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศที่กำลังพัฒนา

  • เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมของประเทศที่กำลังพัฒนา

  • เพื่อเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนา

4.หลักการของ GSP

  • เป็นการทั่วไป (Generalized)

  • ไม่เป็นการตอบแทน (Non-reciprocal)

  • ไม่เลือกปฏิบัติ (Non-discriminatory)

5. สาระสำคัญของระบบ GSP

ในปัจจุบันประเทศให้ GSP รวม 28 ประเทศ แบ่งออกเป็น 13 ระบบ สาระสำคัญของ ระบบGSPโดยทั่วไปมี ดังนี้

  • ระยะเวลาของโครงการ กำหนดอายุของโครงการอาจจะเป็น 8 หรือ 10 ปี เช่น โครงการของสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นมีอายุ 10 ปี สหรัฐอเมริกา 8.5 ปี เป็นต้น

  • ขอบเขตของสินค้า ทุกโครงการจะกำหนดรายชื่อสินค้าที่ได้รับสิทธิ GSP สินค้า ที่ให้สิทธิพิเศษฯจะเน้นการให้สิทธิพิเศษฯ แก่สินค้าอุตสาหกรรม ทั้งนี้ได้สงวนสิทธิ ไม่ให้GSPสินค้าบางรายการ รายการสินค้าที่ให้สิทธิ GSP ของระบบสำคัญๆมีดังนี้

    1. สหภาพยุโรป ให้สิทธิ GSP แก่สินค้าอุตสาหกรรมเกือบทุกรายการ ส่วนสินค้าเกษตรให้สิทธิพิเศษฯ บางรายการ สินค้าที่ไม่ได้รับสิทธิ GSP ส่วนมากเป็นสินค้าผลิตภัณฑ์ทางเกษตร

    2. สหรัฐอเมริกา ให้สิทธิพิเศษฯ สินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมประมาณ 4,400รายการสินค้าที่ไม่อยู่ในข่ายได้รับสิทธิ GSP ได้แก่ สิ่งทอ,และผลิตภัณฑ์สิ่งทอ รองเท้า,เครื่องแก้ว,เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก,ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม,สินค้า เกษตร บางรายการเป็นต้น

    3. ญี่ปุ่น ให้ GSP ทั้งสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม สำหรับสินค้าที่ ไม่ได้สิทธิ GSP ส่วนมากเป็นสินค้าผลิตภัณฑ์ทางเกษตร

  • ภาษีที่ได้รับการลดหย่อน สินค้าที่ได้รับสิทธิพิเศษฯ จะถูกเรียกเก็บนำเข้าต่ำกว่าอัตรา ปกติหรือได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า

  • กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) สินค้าที่มีสิทธิจะได้รับ GSP จะต้องผลิตตามเงื่อนไขของแต่ละระบบที่กำหนดไว้ โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญ ๆ ดังนี้

    • หลักเกณฑ์ว่าด้วยแหล่งกำเนิด (Origin criteria) โดยกำหนดเงื่อนไข ดังนี้

    1. เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นโดยใช้วัตถุดิบที่เกิดขึ้นภายในประเทศทั้งหมด หรือ
    2. สินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบนำเข้า ซึ่งสินค้าเหล่านี้จะมีคุณสมบัติถูกต้อง ก็ต่อเมื่อได้ผ่านการแปรสภาพอย่างเพียงพอภายในประเทศผู้รับสิทธิ GSP และจะต้องใช้วัตถุดิบนำเข้าในสัดส่วนที่กำหนดไว้เท่านั้น
    • เงื่อนไขการส่งมอบสินค้า สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศจะต้องส่งมอบโดยตรงจาก ประเทศผู้รับสิทธิ GSP ไปยังประเทศผู้ให้สิทธิ GSP เป็นลักษณะสำคัญของกฎว่า ด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าของระบบ GSP เกือบทุกระบบ

    • เอกสารสำหรับใช้เป็นมาตรฐาน สินค้าที่จะได้รับสิทธิ GSP จะต้องมีหนังสือรับรอง แหล่งกำเนิดสินค้าแบบ เอ หรือ Form A ซึ่งออกให้โดยส่วนราชการ(ยกเว้นสหรัฐ อเมริกา,ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) ไปแสดงต่อศุลกากรประเทศปลายทาง

  • การจำกัดการให้ GSP ประเทศที่ให้สิทธิ GSP ต่างกำหนดมาตรการการจำกัดการให้ สิทธิ GSP เพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศและการกระจายผลประโยชน์ที่ได้จากการ ได้รับการลด หย่อนภาษีนำเข้าให้กับประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษฯ อื่น ๆ มาตรการจำกัดการให้สิทธิ พิเศษฯ โดยทั่วไปจะกำหนด เพดานหรือโควต้า GSP ซึ่งในปัจจุบันระบบ GSP ที่ใช้มาตรการนี้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา,ญี่ปุ่นและนิวซีแลนด์

ประโยชน์ของ GSP

ในภาวะที่การค้าต่างประเทศต้องประสบปัญหาด้านการแข่งขันอย่างรุนแรงทั้งด้านราคาและ คุณภาพและในฐานะที่ไทยกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาการผลิตเพื่อการส่งออกโดยเฉพาะ สินค้าอุสาหกรรม GSP จึงนับได้ว่าเป็นมาตรการหนึ่งในการส่งเสริมการส่งออกของไทยเพราะ GSPจะเป็นการลดต้นทุนการนำเข้าย่อมจะจูงใจให้ผู้ซื้อในต่างประเทศที่ให้สิทธิ GSP เพิ่มการนำเข้าจากไทย ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโดยส่วนรวม ฉะนั้นประโยชน์ของ GSP อาจสรุปได้ดังนี้

  • ส่งเสริมการส่งออก และเปิดโอกาสให้สินค้าใหม่ ๆ สามารถเข้าสู่ตลาดเหล่านี้ได้โดยอาศัย สิทธิพิเศษเป็นเครื่องมือในการเจาะตลาด

  • ส่งเสริมด้านการผลิต โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มการลงทุน การจ้างงานและอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศโดยส่วนรวม

  • ส่งเสริมให้มีการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎว่าด้วย แหล่งกำเนิดสินค้า

กลุ่มสินค้าที่ได้รับสิทธิ GSP แยกตามพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์

ตอนที่ (Chapter)

รายละเอียดสินค้า

01

สัตว์มีชีวิต

02

เนื้อสัตว์และส่วนอื่นของสัตว์ที่บริโภคได้

03

ปลา สัตว์น้ำจำพวกครัสตาเซีย โมลลุสก์ และสัตว์น้ำที่ไม่มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ

04

ผลิตภัณฑ์นม ไข่สัตว์ปีก น้ำผึ้งธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่บริโภคได้ ซึ่งไม่ได้ระบุหรือรวมไว้ในที่อื่น

05

ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ที่ไม่ได้ระบุหรือรวมไว้ในที่อื่น

06

ต้นไม้และพืชอื่น ๆ ที่มีชีวิต หัว ราก และสิ่งที่คล้ายกัน ดอกไม้ และใบไม้ที่ใช้ ประดับ

07

พืชผักรวมทั้งราก และหัวบางชนิดที่บริโภคได้

08

ผลไม้และลูกนัตที่บริโภคได้ เปลือกผลไม้ ประเภทส้ม หรือเปลือกแตง

09

กาแฟ ชา ชามาเต้ และเครื่องเทศ

10

ธัญพืช

11

ผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมโม่สีเมล็ดธัญพืช มอลต์ สตาร์ช อินูลิน และกลูเทน จากข้าวสาลี

12

เมล็ดพืชและผลไม้ ที่มีน้ำมัน เมล็ดธัญพืช เมล็ดพืชและผลไม้เบ็ดเตล็ด พืชที่ใช้ใน อุตสาหกรรมหรือใช้เป็นยา ฟาง และหญ้าแห้งที่ใช้เป็นอาหารสัตว์

13

ครั่ง รวมทั้งกัม เรซิน น้ำเลี้ยง (แซป) และสิ่งสกัดอื่น ๆ จากพืช

14

วัตถุจากพืชที่ใช้ถักสาน ผลิตผลจากพืชที่ไม่ได้ระบุหรือรวมไว้ในที่อื่น

15

ไขมันและน้ำมันที่ได้จากสัตว์หรือพืช และผลิตภัณฑ์ที่แยกได้จากไขมันและน้ำมัน ดังกล่าว ไขมันที่บริโภคได้ ซึ่งจัดทำแล้ว ไขที่ได้จากสัตว์หรือพืช

16

ของปรุงแต่งจากเนื้อสัตว์ ปลา หรือสัตว์น้ำจำพวกครัสตาเซีย โมลลุสก์ หรือจาก สัตว์น้ำที่ไม่มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ

17

น้ำตาลและขนมทำจากน้ำตาล (ชูการ์คอนเฟกชันเนอรี)

18

โกโก้และของปรุงแต่งที่ทำจากโกโก้

19

ของปรุงแต่งจากธัญพืช แป้ง สตาร์ช หรือนม ผลิตภัณฑ์อาหารจำพวกเพสทรี

20

ของปรุงแต่งทำจากพืชผัก ผลไม้ ลูกนัต หรือจากส่วนอื่นของพืช

21

ของปรุงแต่งเบ็ดเตล็ดที่บริโภคได้

22

เครื่องดื่ม สุรา น้ำส้มสายชู

23

กากและเศษที่เหลือจากอุตสาหกรรมผลิตอาหาร อาหารที่จัดทำไว้สำหรับเลี้ยงสัตว์

24

ยาสูบและผลิตภัณฑ์ที่ใช้แทนยาสูบ

25

เกลือ กำมะถัน ดิน และหิน วัตถุจำพวกปลาสเตอร์ ปูนขาว และซีเมนต์

26

สินแร่ ตะกรัน และเถ้า

27

เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ น้ำมันแร่ และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นสิ่งดังกล่าว สารบิทูมินัส ไขที่ได้จากแร่

28

เคมีภัณฑ์อนินทรีย์ สารประกอบอินทรีย์หรือสารประกอบอนินทรีย์ของโลหะมีค่า ของโลหะจำพวกแรร์เอิร์ท ของธาตุกัมมันตรังสีหรือของไอโซโทป

29

เคมีภัณฑ์อินทรีย์

30

ผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม

31

ปุ๋ย

32

สิ่งสกัดที่ใช้ฟอกหนังหรือย้อมสี แทนนินและอนุพันธ์ของแทนนิน สีย้อมสารสี (พิกเมนต์) และวัตถุแต่งสีอื่น ๆ สีทาและวาร์นิช พัตตี้ และมาสติกอื่น ๆ รวมทั้งหมึก

33

เอสเซนเชียลออยล์และเรซินนอยด์ เครื่องหอม เครื่องสำอาง หรือสิ่งปรุงแต่งสำหรับ ประทินร่างกายหรือประเทืองโฉม (ทอยเล็ตเพรพาเรชัน)

34

สบู่ สารอินทรีย์ที่เป็นตัวลดแรงตึงผิว สิ่งปรุงแต่งที่ใช้ซักล้าง สิ่งปรุงแต่งที่ใช้หล่อลื่น ไขเทียม ไขปรุงแต่ง สิ่งปรุงแต่งที่ใช้ขัดเงาหรือขัดถู เทียนไขและของที่คล้ายกัน เพสต์สำหรับทำแบบ "ไขที่ใช้ทางทันตกรรม" สิ่งปรุงแต่งทางทันตกรรมซึ่งมี ปลาสเตอร์เป็นหลัก

35

สารแอลบูมินอยด์ โมดิไฟด์สตาร์ช กาว เอนไซม์

36

วัตถุระเบิด ผลิตภัณฑ์จำพวกดอกไม้เพลิง ไม้ขีดไฟ แอลลอยที่ทำให้เกิดประกายไฟ สิ่งปรุงแต่งที่สันดาปได้บางชนิด

37

ของที่ใช้ในการถ่ายรูปหรือถ่ายภาพยนตร์

38

เคมีภัณฑ์เบ็ดเตล็ด

39

พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก

40

ยางและของทำด้วยยาง

41

หนังดิบ (นอกจากหนังเฟอร์) และหนังฟอก

42

เครื่องหนัง เครื่องอานและเครื่องเทียมลาก เครื่องใช้สำหรับเดินทาง กระเป๋าถือ และภาชนะที่คล้ายกัน ของที่ทำด้วยไส้สัตว์ (นอกจากไส้ตัวไหม)

43

หนังเฟอร์ เฟอร์เทียม และผลิตภัณฑ์ของของดังกล่าว

44

ไม้และของทำด้วยไม้ ถ่านไม้

45

ไม้ก๊อกและของทำด้วยไม้ก๊อก

46

ผลิตภัณฑ์ทำด้วยฟาง ทำด้วยเอสพาร์โตหรือวัตถุถักสานอื่น ๆ เครื่องจักสาน หรือเครื่องสาน

47

เยื่อไม้หรือเยื่อที่ได้จากวัตถุจำพวกเส้นใยเซลลูโลสอื่น ๆ เศษและของที่ใช้ไม่ได้ ที่เป็นกระดาษหรือกระดาษแข็ง

48

กระดาษและกระดาษแข็ง ของทำด้วยเยื่อกระดาษหรือทำด้วยกระดาษหรือ กระดาษแข็ง

49

หนังสือที่พิมพ์เป็นเล่ม หนังสือพิมพ์ รูปภาพ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของ อุตสาหกรรมการพิมพ์ ต้นฉบับที่เขียนหรือดีดพิมพ์และแปลน

50

ไหม

51

ขนแกะ ขนละเอียดหรือขนหยาบของสัตว์ ด้ายขนม้า และผ้าทอ

52

ฝ้าย

53

เส้นใยสิ่งทอที่ได้จากพืชอื่น ๆ ด้ายกระดาษ และผ้าทอจากด้ายกระดาษ

54

ใยยาวประดิษฐ์

55

เส้นใยสั้นประดิษฐ์

56

แวดดิ้ง สักหลาดและผ้าไม่ทอ ด้ายชนิดพิเศษ เชือกชนิดทไวน์ ชนิดคอร์เดจ ชนิดโรปและเคเบิล และของทำด้วยสิ่งดังกล่าว

57

พรมและสิ่งทอปูพื้นอื่น ๆ

58

ผ้าทอชนิดพิเศษ ผ้าสิ่งทอที่ทำปุยแบบทัฟต์ ผ้าลูกไม้ เทเพสตรี ผ้าที่ใช้ตกแต่ง ผ้าปัก

59

ผ้าสิ่งทอ ที่อาบซึม เคลือบ หุ้มหรืออัดเป็นชั้น ของทำด้วยสิ่งทอชนิดที่เหมาะ สำหรับใช้ในอุตสาหกรรม

60

ผ้าถักแบบนิตหรือแบบโครเชต์

61

เครื่องแต่งกายและของที่ใช้ประกอบกับเครื่องแต่งกาย ถักแบบนิตหรือแบบโครเชต์

62

เครื่องแต่งกายและของที่ใช้ประกอบกับเครื่องแต่งกาย ที่ไม่ได้ถักแบบนิตหรือ โครเชต์

63

ของทำด้วยสิ่งทอที่จัดทำแล้วอื่น ๆ ของเป็นชุด เสื้อผ้าที่ใช้แล้วและของที่ใช้แล้วทำด้วยสิ่งทอ ผ้าขี้ริ้ว

64

รองเท้า สนับแข้งและของที่คล้ายกัน รวมทั้งส่วนประกอบของของดังกล่าว

65

เครื่องสวมศีรษะ และส่วนประกอบของเครื่องสวมศีรษะ

66

ร่ม ร่มปักกันแดด ไม้เท้า ไม้เท้าที่เป็นที่นั่ง แส้ (วิป) แส้ขี่ม้าและส่วนประกอบของของดังกล่าว

   

67

ขนแข็งและขนอ่อนของสัตว์ปีกที่จัดเตรียมแล้ว และของทำด้วยขนดังกล่าว ดอกไม้เทียม ของทำด้วยผมคน

68

ของทำด้วยหิน ปลาสเตอร์ ซีเมนต์ แอสเบสทอส ไมกาหรือวัตถุที่คล้ายกัน

69

ผลิตภัณฑ์เซรามิก

70

แก้วและเครื่องแก้ว

71

ไข่มุกธรรมชาติหรือไข่มุกเลี้ยง รัตนชาติหรือกึ่งรัตนชาติ โลหะมีค่า โลหะที่หุ้มติด ด้วยโลหะมีค่า และของที่ทำด้วยของดังกล่าว เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณที่เป็น ของเทียม เหรียญกษาปณ์

72

เหล็กและเหล็กกล้า

73

ของทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า

74

ทองแดงและของทำด้วยทองแดง

75

นิกเกิลและของทำด้วยนิกเกิล

76

อะลูมิเนียมและของทำด้วยอะลูมิเนียม

77

(เว้นว่างไว้เพื่อประโยชน์ในภายหน้า)

78

ตะกั่วและของทำด้วยตะกั่ว

79

สังกะสีและของทำด้วยสังกะสี

80

ดีบุกและของทำด้วยดีบุก

81

โลหะสามัญชนิดอื่น เซอร์เมต และของทำด้วยของดังกล่าว

82

เครื่องมือ เครื่องใช้ ของใช้ชนิดมีคม ช้อนและส้อม ทำด้วยโลหะสามัญ ส่วนประกอบของของดังกล่าวทำด้วยโลหะสามัญ

83

ของเบ็ดเตล็ดทำด้วยโลหะสามัญ

84

เครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า และส่วนประกอบของเครื่องดังกล่าว เครื่องบันทึกเสียงและเครื่องถอดเสียง เครื่องบันทึกและเครื่องถอดภาพและเสียงทางโทรทัศน์ รวมทั้งส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของเครื่องดังกล่าว

86

หัวรถจักรของรถไฟหรือรถราง รถที่เดินบนราง และส่วนประกอบของของดังกล่าว สิ่งติดตั้งถาวรและอุปกรณ์ติดตั้งสำหรับรางรถไฟหรือรถรางและส่วนประกอบของสิ่งดังกล่าว เครื่องอุปกรณ์กล (รวมถึงที่เป็นเครื่องกลไฟฟ้า) สำหรับให้สัญญาณทางจราจรทุกชนิด

87

ยานบกนอกจากรถที่เดินบนรางรถไฟหรือรางรถราง ส่วนประกอบและอุปกรณ

88

อากาศยาน ยานอากาศ และส่วนประกอบของยานดังกล่าว

89

เรือและสิ่งก่อสร้างลอยน้ำ

90

อุปกรณ์และเครื่องอุปกรณ์ที่ใช้ในการทัศนศาสตร์ การถ่ายรูป การถ่ายทำภาพยนตร์ การวัด การตรวจสอบ การวัดความเที่ยง การแพทย์หรือศัลยกรรม รวมทั้งส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของของดังกล่าว

91

นาฬิกาชนิดคล็อกและชนิดวอตซ์ และส่วนประกอบของนาฬิกาดังกล่าว

92

เครื่องดนตรี รวมทั้งส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของเครื่องดนตรี

93

อาวุธและกระสุน รวมทั้งส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของของดังกล่าว

94

เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเตียง ฟูก ฐานรองฟูก เบาะ และสิ่งตกแต่งยัดไส้ที่คล้ายกัน เครื่องประทีปโคมไฟที่ไม่ได้ระบุหรือรวมไว้ในที่อื่น เครื่องหมายที่มีแสงสว่าง แผ่นป้ายชื่อที่มีแสงสว่างและของที่คล้ายกัน รวมทั้งอาคารสำเร็จรูป

95

ของเล่น ของเล่นเกม และของใช้ที่จำเป็นในการเล่นกีฬา ส่วนประกอบและอุปกรณ์ ประกอบของของดังกล่าว

96

ผลิตภัณฑ์เบ็ดเตล็ด

97

ศิลปกรรม ของที่นักสะสมรวบรวม และโบราณวัตถุ

หมายเหตุ
1. สินค้าในแต่ละกลุ่มอาจจะไม่ได้รับสิทธิ GSP ทุกสินค้า รายละเอียดสอบถามจากกองสิทธิประโยชน์ทางการค้า
2. สินค้าตอนที่ 39,40,42,43,61,62,63,64,65,66,67,71,94,95 และ 96 จะถูกสหภาพยุโรปตัดสิทธิ GSP
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2541 เป็นต้นไป

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
ถนนสนามไชย พระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทร. 225-1315-29 โทรสาร. 225-4763
e-mail adress:
dft_info@mocnet.moc.go.th