| |
สินเชื่อเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การย้ายโรงงานไปตั้งในนิคมอุตสาหกรรม
และการแก้ไขและรักษาสิ่งแวดล้อม ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
20 Mar 2000
เนื้อหา หลักเกณฑ์สินเชื่อเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การย้ายโรงงานไปตั้งในนิคม
อุตสาหกรรม และการแก้ไขและรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนี้
- สินเชื่อดังกล่าวจะปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการเพื่อใช้ดำเนินกิจกรรม ดังต่อไปนี้
- ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้
ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น
- เคลื่อนย้ายโรงงานไปตั้งในนิคมอุตสาหกรรม
- แก้ไขและรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เครื่องจักรที่ปรับปรุง หมายความถึง
เครื่องจักรที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนการผลิตประหยัดพลังงาน
และรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเป็น 1) เครื่องจักรใหม่ 2) อุปกรณ์ที่ใช้ปรับปรุงเครื่องจักรเดิม
3) อุปกรณ์สนับสนุนการทำงานของเครื่องจักร
- สินเชื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การย้ายโรงงานไปตั้งในนิคมอุตสาหกรรม
และการแก้ไขและรักษาสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมอุตสาหกรรม 13 สาขาตามแผนปรับปรุงโครงสร้าง
อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
อุตสาหกรรมรองเท้าและเครื่องหนัง อุตสาหกรรมไม้และเครื่องเรือน อุตสาหกรรมยาและเคมีภัณฑ์
อุตสาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก อุตสาหกรรมเซรามิกส์และแก้ว
อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ
อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง
โดยให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
- หลักเกณฑ์เงื่อนไขการให้สินเชื่อ
- อัตราดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยปล่อยกู้ให้ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินแต่ละแห่งกำหนด
แต่ไม่เกินอัตรา MLR 1% โดยใช้อัตราเฉลี่ย MLR ของธนาคารพาณิชย์ 4
แห่ง คือธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย
จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
- ระยะเวลาคืนเงินกู้ กำหนดระยะเวลาระหว่าง 5 7 ปี ขึ้นอยู่กับความสามารถในการใช้คืนเงินกู้ของผู้กู้
โดยในส่วนขยายเกิน 5 ปี สถาบันการเงินที่ให้กู้จะเป็น ผู้รับผิชอบ และอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
- หลักประกันเงินกู้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินที่ให้กู้
แต่ละราย
- เพดานการปล่อยกู้แต่ละราย ให้ผู้ประกอบการทุกขนาดกู้ได้ในวงเงินไม่เกิน
200 ล้านบาท/ราย โดยเงินที่ขอกู้ครอบคลุมค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายการติดตั้ง
- การจัดการเครื่องจักรเก่า ให้สถาบันการเงินเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมในการให้กู้
โดยไม่กำหนดให้ถอดถอนเครื่องจักรเก่า
- วิธีปฏิบัติ
- ผู้ประกอบการยื่นคำขอเพื่อรับรองโดยตรงต่อสถาบันอิสระภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม
ที่ได้รับมอบหมาย หรือยื่นผ่านสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดท้องที่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
หรือ สมาคมอุตสาหกรรม พร้อมกับยื่นคำขอเพื่อขอเงินกู้อีกหนึ่งชุดต่อสถาบันการเงินที่ต้องการขอกู้
คือธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
โดยให้ - สถาบันอาหาร รับคำขอของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์
- สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ รับคำขอกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
- สถาบันยานยนต์ รับคำขอกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน - สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
รับคำขอกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ - สถาบันไทย
เยอรมัน รับคำขอกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้าและเครื่องหนัง ไม้และครัวเรือน
ยาและเคมีภัณฑ์ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์พลาสติก เซรามิกส์และแก้ว
อัญมณีและเครื่องประดับ เหล็กและเหล็กกล้า ปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน
- กระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้ สถาบันอิสระภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม
ตามข้อ 4.1 เป็นผู้พิจารณา ให้การรับรองแล้วส่งให้สถาบันการเงินพิจารณาการกู้
และรายงานผลการดำเนินงานให้ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมทราบ
- สถาบันการเงินพิจารณาการกู้เงินแล้ว แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ประกอบการและสถาบันอิสระภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรมทราบ
- สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม รายงานผลต่อ กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นรายเดือน
- กระทรวงอุตสาหกรรม รายงานผลต่อ ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นราย ไตรมาส
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
|