ดัชนีวัฏจักรธุรกิจ (ต่อ)
วัตถุประสงค์
1. วัตถุประสงค์หลักของการจัดทำดัชนีชี้นำวัฏจักรธุรกิจ คือ เพื่อพยากรณ์จุดวกกลับหรือจุดเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
2. วัตถุประสงค์รอง คือ เพื่อติดตามประเมินและวิเคราะห์ความเป็นไปของภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศขั้นตอนการจัดทำดัชนีชี้นำวัฏจักรธุรกิจ
1. การคัดเลือกตัวแปร
2. การแบ่งกลุ่มตัวแปร
3. การแยกส่วนคลื่นวัฏจักร
4. การคัดเลือกคลื่นวัฏจักร
5. การจัดทำดัชนีวัฏจักรธุรกิจอ้างอิง
6. การจัดทำดัชนีชี้นำวัฏจักรธุรกิจ
7. การพยากรณ์และติดตามภาวะธุรกิจ1. การคัดเลือกตัวแปร
มีหลักเกณฑ์ ดังนี้
1. มีความสำคัญและมีความหมายในทางเศรษฐศาสตร์มหภาค
2. มีการจัดทำเป็นข้อมูลรายเดือนหรือรายไตรมาส
3. เป็นข้อมูลที่มีความยาวพอสมควร (ประมาณ 10 ปีขึ้นไป)
4. เป็นข้อมูลที่มีวิธีการจัดเก็บเป็นที่น่าเชื่อถือทางสถิติ
5. เป็นข้อมูลที่มีความรวดเร็วในการจัดทำและเผยแพร่2. การแบ่งกลุ่มตัวแปร
ใช้ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แบ่งตัวแปรออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ คือ
1. กลุ่มตัวแปรพ้องภาวะเศรษฐกิจ
คือกลุ่มของตัวแปรที่มีลักษณะการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงในระยะเวลาใกล้เคียงสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจรวมของประเทศ เช่น ข้อมูลปริมาณการผลิตต่าง ๆ ข้อมูลการจ้างงาน เป็นต้น2. กลุ่มตัวแปรชี้นำภาวะเศรษฐกิจ
คือ กลุ่มของตัวแปรที่มีลักษณะการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลในลักษณะนำหรือก่อนภาวะเศรษฐกิจของประเทศ เช่น ข้อมูลพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างใหม่ ข้อมูลคำสั่งใหม่ (new order) เป็นต้น3. กลุ่มตัวแปรตามภาวะเศรษฐกิจ
คือกลุ่มของตัวแปรที่มีลักษณะการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลในลักษณะตามหลังภาวะเศรษฐกิจ เช่น ข้อมูลเงินกู้เพื่อการพาณิชย์ และอุตสาหกรรม เป็นต้น3. การแยกส่วนคลื่นวัฏจักรจากข้อมูลอนุกรมเวลา
ข้อมูลที่เก็บอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาว ๆ หรือที่เรียกว่า ข้อมูลอนุกรมเวลาจะประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้
1. ส่วนความแปรปรวน (Irregular Component, I)
คือส่วนของข้อมูลที่มีการเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงในระยะสั้น ๆ หรือกระทันหันและไม่มีรูปแบบที่แน่นอน ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่สามารถคาดเดาได้2. ส่วนฤดูกาล (Seasonal Component,S)
คือส่วนของข้อมูลที่มีการเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกันเป็นประจำทุกปี3. ส่วนแนวโน้ม (Trend Component, T)
คือส่วนของข้อมูลที่แสดงทิศทางการเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงในระยะยาว4. ส่วนคลื่นวัฏจักร (Cyclical Component, C)
คือส่วนของข้อมูลที่เบี่ยงเบนจากเส้นแนวโน้มของตัวเองออกไปทั้งในแนวบวกและแนวลบก่อตัวเป็นคลื่นวัฏจักรโดยธรรมชาต ิและลักษณะของคลื่นวัฏจักรของแต่ละตัวแปรจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการปรับตัวของตัวแปรนั้นต่อผลกระทบของปัจจัยต่าง ๆ ทั้งทางโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมส่วนประกอบเหล่านี้จะมีความสัมพันธ์อยู่ในรูปของผลคูณ (Muliplicative Form) นั่นคือข้อมูลอนุกรมเวลาใด ๆ Xt จะเขียนอยู่ในรูปความความสัมพันธ์ได้ดังนี้
Xt = It x St x Tt x Ct
4. การคัดเลือกวัฏจักร
เมื่อแยกส่วนคลื่นวัฏจักรของข้อมูลตัวแปรต่าง ๆ ออกแล้ว จะคัดเลือกคลื่นวัฏจักรในแต่ละกลุ่มอีกครั้งหนึ่ง
หลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณา มีดังนี้
1. เป็นคลื่นที่แสดงถึงจุดวกกลับต่าง ๆ ชัดเจน
2. สามารถแยกคลื่นออกเป็นวัฏจักรได้ (1 วัฏจักร คือระยะระหว่าง จุดสูงสุดจุดหนึ่งถึงจุดสูงสุดถัดไป)
3. จุดวกกลับที่เกิดขึ้นจะต้องไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับคลื่นวัฏจักรของตัวแปรอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน5. การจัดทำดัชนีวัฏจักรธุรกิจอ้างอิง
เนื่องจากตัวแปรวัฏจักรเพียงตัวเดียวไม่สามารถแทนภาวะเศรษฐกิจโดยรวมได้ด ีจึงต้องจัดทำดัชนีวัฏจักรธุรกิจจากข้อมูลตัวแปรในกลุ่มตัวแปรพ้องภาวะเศรษฐกิจทั้งหมดที่คัดเลือกไว้
ดัชนีพ้องวัฏจักรธุรกิจ มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า "ดัชนีวัฏจักรธุรกิจอ้างอิง" (Reference Cycle) ซึ่งวันเวลาที่เกิดจุดวกกลับต่าง ๆ ของดัชนีวัฏจักรธุรกิจอ้างอิงจะเรียกว่า "วันเวลาอ้างอิง" (Reference Date)
6. การจัดทำดัชนีชี้นำวัฏจักรธุรกิจ
1. นำวัฏจักรของกลุ่มตัวแปรชี้นำภาวะธุรกิจมาเทียบกับวันเวลาอ้างอิงของดัชนีวัฏจักรอ้างอิง
2. นำตัวแปรซึ่งวันเวลาของการเกิดจุดวกกลับส่วนใหญ่นำหน้าวันเวลาอ้างอิงของดัชนีวัฏจักรมาใช้
3. รวมตัวแปรต่าง ๆ จัดทำเป็นดัชนีชี้นำวัฏจักรธุรกิจ
4. ศึกษาวันเวลาอ้างอิงของดัชนีชี้นำวัฏจักรธุรกิจเปรียบเทียบกับวันเวลาอ้างอิงของดัชนีวัฏจักรอ้างอิง7. การพยากรณ์และติดตามภาวะธุรกิจ
1. คำนวณหาค่าเฉลี่ยของระยะเวลาที่จุดวกกลับของดัชนีชี้นำวัฏจักรธุรกิจนำหน้าจุดวกกลับของดัชนีวัฏจักรอ้างอิง
2. คำนวณหาค่าเฉลี่ยของระยะเวลาที่จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของดัชนีชี้นำวัฏจักรธุรกิจนำจุดสูงสุดของดัชนีวัฏจักรอ้างอิง
3. ติดตามดูการเคลื่อนไหวของดัชนีชี้นำวัฏจักรเพื่อพยากรณ์ภาวะเศรษฐกิจ
4. สร้างสมการสหพันธ์ถดถอย (Multiple Regression) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจกับดัชนีชี้นำภาวะธุรกิจ
แหล่งข้อมูล: สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์