ผลของ AFTA ต่อสินค้าไทย

องค์การการค้าโลก (WTO) ได้มีข้อตกลงให้ประเทศสมาชิกเปิดตลาดสินค้าเกษตร โดยลดภาษีตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งประเทศพัฒนาต้องลดภาษีลงร้อยละ 36 ภายใน 6 ปี ในขณะที่ประเทศไทย และประเทศกำลังพัฒนาได้ลดภาษีในอัตราร้อยละ 24 เป็นเวลา 10 ปี ประเทศไทย จะลดภาษีสินค้าเกษตร 788 รายการ โดยเดิมเก็บภาษีร้อยละ 60 ในปี 2543 จะลดลงไม่เกินร้อยละ 42 และไม่เกินร้อยละ 30 ในปี 2548 ซึ่งมีอัตราภาษีค่อนข้างสูง และยังกำหนดโควต้าสินค้านำเข้า 23 ชนิด นอกจากการลดภาษีประเทศสมาชิก WTO ยังมีพันธะกรณีลดการอุดหนุนภายใน และการส่งออก จึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยซึ่งสินค้าการเกษตรเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ที่สำคัญ ประมาณร้อยละ 25 ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด แต่ที่ผ่านมาก็ต้องประสบกับปัญหาการกีดกันของประเทศผู้นำเข้า เช่น มาตรฐานสินค้า สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยของผู้บริโภค สำหรับเขตการค้าอาเซียน ให้ลดภาษี AFTA ตั้งแต่ 1 มค. 2536 เหลือร้อยละ 0-5 ภายใน 7 ปี ปัจจุบัน 1 ม.ค. 2543 ไทยมีรายการที่ต้องลดภาษีภายใต้ AFTA 7,737 รายการ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่

  1. สินค้าเร่งลดภาษี มี 15 กลุ่ม 6,547 รายการ เช่น สิ่งทอ อัญมณี เฟอร์นิเจอร์ ไม้และหวาย ซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ เภสัชภัณฑ์ น้ำมันพืช ปุ๋ย พลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์หนัง เยื่อกระดาษ เซลามิก แก้ว แคโทดที่ทำจากทองแดง และเครื่องอิเลคโทนิก
  2. สินค้าลดภาษี ตามมาตรการเข้มข้น มีเพิ่มเติม 1,190 รายการ เช่น สัตว์มีชีวิตและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และพืช เคมีภัณฑ์ เหล็ก เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น

ส่วนสินค้าปศุสัตว์ ไม่ค่อยมีผลกระทบต่อไทย เนื่องจากสินค้าที่ลดภาษีภายใต้ AFTA ไม่ค่อยนำเข้า เช่น แพะ แกะ และในส่วนที่เป็นโค กระบือ เป็ด ไก่ ไทยมีศักยภาพในการผลิตและแข่งขันสูง ส่วนเนื้อสัตว์อื่น ยังคงเก็บภาษีนำเข้าในอัตราสูงข้อดีจากการลดภาษี AFTA

  1. การค้าในกลุ่มอาเซียนขยายตัวจะเห็นได้จากปัจจุบันมูลค้าการส่งออกของไทยเพิ่มขึ้น ในขณะที่การนำเข้าขยายตัวต่ำ
  2. ต้นทุนการผลิต วัตถุดิบลดลง เนื่องจากสินค้านำเข้าถูกลง ทำให้เกิดการขยายตัวของการผลิต
  3. ประชาชนได้สินค้าบริโภคอุปโภคราคาถูกลง มีคุณภาพและหลากหลายรูปแบบ
  4. ไทยได้รับความสนใจในการลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจาก อาเซียนเป็นตลาดการค้าเสรีขนาดใหญ่

ข้อเสียจากการลดภาษี AFTAส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศที่มีประสิทธิภาพในการผลิตต่ำ หรือต้องใช้เวลาในการปรับตัวนาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การปรับตัวในการลดภาษี AFTA

  1. ควรปรับทัศนคติยอมรับการแข่งขัน โดยมองตลาดอาเซียน ซึ่งมีประชากรถึง 500 ล้านคน มิใช่มองแต่ตลาดประเทศไทย
  2. ปรับปรุงความสามารถในการผลิตเพื่อแข่งขัน
  3. ใช้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือของรัฐ เช่น โครงสร้างภาษี เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน
  4. ร่วมมือระหว่างภาคเอกชน
  5. ติดตามข่าวและขอคำปรึกษาจากภาครัฐอย่างสม่ำเสมอ